Home > ข่าวการศึกษา > ๕๓เยาวชนทำโป่งเทียมอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยมือเรา

๕๓เยาวชนทำโป่งเทียมอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยมือเรา

November 28, 2014

53เยาวชนทำโป่งเทียมอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยมือเรา : ถนัดกิจ จันกิเสน เรื่อง0แพรวพรรณ สุริวงศ์ ภาพ

5jhbbgbcd56579ciiiadb.jpg

“คนไทยมีจิตสำนึกที่รักธรรมชาติ แค่ขาดการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องและได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ ได้รับและเห็นแค่บางมุม อาจจะคิดว่า การอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วทุกคนมีจิตสำนึกที่รักบ้านของตัวเอง เมื่อมีคนกล้าที่จะออกมาทำกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ คนที่มีอุดมการณ์เหมือนกันก็กล้าที่จะออกมา เพื่อรักษาบ้านเกิดของตนเอง” “ออนแอร์” ชุติมา นุ้ยชิด อายุ 20 ปี นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะศึกษาศาสตร์ เอกจิตวิทยาการแนะแนว มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวในการเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสร้างโป่งเทียม ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา ที่ “กรุงเทพประกันชีวิต” ร่วมกับ “มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาฯ” จัดขึ้น เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม-2 พฤศจิกายน 2557 ออนแอร์ เล่าต่อว่า กลับไปที่มหาวิทยาลัยจะทำสื่อออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องขยะ ร่วมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก เริ่มที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าสหกรณ์ในมหาวิทยาลัย ใช้แฮชแท็กในทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม เพราะว่าคนรุ่นใหม่นิยมใช้ โดยจะให้ซื้อสินค้าโดยไม่ใช้ถุงพลาสติก แท็กเพื่อนไปอีก 5 คน เหมือนการท้ากันต่อไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกในการลดใช้พลาสติกร่วมกัน นอกจากนี้จะมีการสร้างแฟนเพจให้แก่ผู้ที่สนใจไว้อ่านหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วย “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน ถ้าทุกคนเริ่มที่ตัวเองก่อน กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง กล้าที่จะเป็นผู้นำคนอื่น ซึ่งถ้าเราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เราสามารถทำให้คนอื่นเห็นได้ว่า สิ่งที่เราทำมันดี เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ และถ้าเราและคนอื่นร่วมมือกันก็จะสามารถทำให้โลกนี้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมได้ เพราะว่าคนคนเดียวคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก อย่างที่เรียนจิตวิทยาการแนะแนวมาก็จะเอาตัวนี้แหละเข้ามาช่วยด้วย” ออนแอร์ กล่าว กิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสร้างโป่งเทียม ได้นำนิสิตและนักศึกษาจาก 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 53 คน ทำกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่สอดแทรกเนื้อหาสาระเพื่อกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ซึ่งสำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มีพื้นที่ 683,750 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่ป่าผืนใหญ่ที่ครอบคลุมรอยต่อถึง 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ถึง 38.21% ของสัตว์ป่าที่พบในประเทศไทย ทำให้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก ทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำบางปะกง การสร้างโป่งเทียมเพื่อให้เป็นแหล่งอาหาร น้ำดื่ม และแร่ธาตุของสัตว์ป่า จะช่วยเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์และความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศได้ในระยะยาว หลังจากจบโครงการมีการกำหนดให้นิสิตนักศึกษาทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติ นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดและสร้างสรรค์โครงการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ต่อสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่รวมไปถึงชุมชนโดยรอบ ซึ่งจะได้รับคำปรึกษา และเงินสนับสนุน ตลอดจนการกำกับดูแลและการติดตามเพื่อประเมินผลจากกรุงเทพประกันชีวิตอย่างใกล้ชิด “ยุ้ย” จรีรัตน์ เคล้าคลึง อายุ 20 ปี นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยบูรพา ประธานชมรมอาสาพัฒนาและบำเพ็ญประโยชน์ กล่าวว่า การทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกับเพื่อนต่างมหาวิทยาลัยอื่นๆ เป็นการสร้างความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันคนไทยยังไม่ค่อยตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากนัก มุ่งไปที่เรื่องปากท้องมากกว่า มองแค่ปัจจุบัน ไม่ได้มองถึงผลในอนาคต “ทุกวันนี้เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการใช้ชีวิต อย่างเช่น เราขับรถยนต์ไปทำงานก็ต้องใช้น้ำมัน ซึ่งก็มีน้อยลงไปทุกวัน อยากให้ลองเปลี่ยนมาใช้ขนส่งมวลชนให้มากขึ้น ทุกวันนี้ที่โลกร้อนก็อยากให้คนหันมาปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น มากกว่าที่จะไปตัดต้นไม้ แต่ส่วนหนึ่งที่เรามาทำกิจกรรมตรงนี้ ก็ช่วยป้องกันไว้ก่อน รู้วิธีการเตรียมตัว ซึ่งป็นสิ่งที่ดีแก่ตัวเอง ได้ช่วยเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ผืนป่าที่ประเทศไทยมีเหลือน้อยลง ให้ยั่งยืนต่อไปถึงลูกหลานของเรา” ยุ้ย กล่าวทิ้งท้าย

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: