Home > ข่าวการศึกษา > ดุษฎีลุยสอบบริษัทดังรุกป่า๑๐๐ไร่

ดุษฎีลุยสอบบริษัทดังรุกป่า๑๐๐ไร่

April 1, 2015

รองปลัด ยธ.ลุยสอบบริษัทนักธุรกิจดัง รุกป่านับ 100 ไร่ ดึง “ดีเอสไอ” สางปมอิทธิพลเบื้องหลังปิดตา จนท.รัฐ ปูดนักการเมืองกว้านซื้อที่ดินรอโครงการรถไฟความเร็วสูง

g6a6bef8b6bbjhh5debeb.jpg

31 มี.ค. 58 พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.อ.สมหมาย บุษบา คณะทำงานฝ่ายกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่สำนักที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน ในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่า บริษัทของนักธุรกิจชื่อดัง ได้บุกรุกที่ดินทั้งในเขตป่าถาวร ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ สปก. จำนวน 6 จุด โดยมีการสร้างสนามกอล์ฟ และสนามแข่งรถ รวมทั้งสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื้อที่กว่า 151 ไร่ จำนวนนี้เป็นพื้นที่ สปก. 72 ไร่ , ป่าสงวนฯ 32 ไร่ และพื้นที่ที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 47 ไร่ จากจำนวนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกทั้งหมด 1,588 ไร่

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า จากการตรวจแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมในปี 2517 ยังพบว่า การบุกรุกได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากส่วนที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องเพียง 6 แปลง และขยายพื้นที่บุกรุกเพิ่มเติม โดยเฉพาะการก่อสร้างสนามแข่งรถ ซึ่งมีการสร้างถมปิดพื้นที่สาธารณประโยชน์ และลำรางสาธารณะ โดยพื้นที่แข่งรถส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่า เขาเสียดอ้าฯ และแนวเขตป่าไม้ถาวร หลังการลงพื้นที่ตรวจสอบในส่วนของการบุกรุกป่า จะขอให้กรมป่าไมัในฐานะผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีบุกรุกป่าสงวนฯ โดยจะต้องมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ส่วนการออกเอกสารสิทธิ์ หรือ น.ส.3 ก. ในเขตป่าสงวนฯ ในพื้นที่บางส่วนของป่าไม้ถาวร เมื่อปี 2519 ทาง ป.ป.ท.จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบจะทำการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ทั้งหมดด้วย

“หลังจากนี้ชุดปฏิบัติการจะทำการตรวจสอบที่ดิน ซึ่งจัดสรรให้กับนักการเมือง หมู่บ้านจัดสรร และสวนสัตว์ภายในด้วย เพราะปัญหาการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มผู้มีอิทธิพลถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยพื้นที่นี้เป็นจุดแรกที่กระทรวงยุติธรรมบูรณาการตรวจสอบร่วมกันกับทุกหน่วยงาน ก่อนจะขยายการตรวจสอบไปยังการบุกรุกแปลงอื่นๆ ในภาคอีสาน อย่างไรก็ตาม หลังการตรวจสอบ ป่าไม้ และหน่วยงานที่กี่ยวข้อง จะเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน และจะส่งสำนวนให้ดีเอสไอเข้ามาตรวจสอบว่าการบุกรุกมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง จนทำให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไม่กล้าดำเนินการใดๆ หรือไม่”

ด้าน พ.อ.สมหมาย กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าว ในปี 2506 เป็นพื้นป่าไม้ถาวรอยู่ในเขต อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ต่อมาในปี 2509 ได้มีการจำแนกพื้นที่เป็นป่าสงวน ป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน โดยสภาพพื้นที่ยังไม่มีการเพิกถอนสภาพ และเป็นป่าสงวนฯ และป่าถาวร จนกระทั่งในปี 2519 กรมที่ดินได้ทำการเดินสำรวจเพื่อออก น.ส.3 จำนวนกว่า 1 พันไร่ และในปี 2532 ได้ประกาศเป็นพื้นที่ สปก.และมีการขยายเพิ่มเติมในปี 2536 โดยไม่เปิดให้เอกชนเข้ามาจับจองพื้นที่ป่าแต่อย่างใด แต่ระหว่างนั้นจนถึงปี 2549 ทางบริษัท ได้เข้ามาดำเนินการ และมีการขยายพื้นที่บุกรุกเพิ่มเติม โดยมีการก่อสร้างทั้งสนามกอล์ฟ และสนามแข่งรถ นอกจากนี้ยังพบว่า พื้นที่บริเวณอยู่รอบข้างของบริษัท มีกลุ่มนายทุน และนอมินีนักการเมืองระดับชาติเข้าไปกว้านซื้อที่ดิน เพื่อรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา

นายคเชนทร์ ใยสุ่น ปลัด อบต.ขนงพระ อ.ปากช่อง กล่าวว่า การก่อสร้างสนามแข่งรถของบริษัท ไม่ได้มีการขออนุญาต ในส่วนตัวอาคาร ทาง อบต.จะขอเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง

ด้านนายสิรภพ ดอนดี หัวหน้าสวนป่าปากช่อง กล่าวว่า เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เคยเข้ามาตรวจสอบ พบว่า มีการก่อสร้างสนามแข่งรถล้ำเข้าไปในแนวเขตของสวนป่าปากช่องกว่า 10 ไร่ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เมื่อพบความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ชัดเจน ก็จะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางบริษัท อย่างไรก็ตาม นายสิรภพ ไม่ยอมชี้แจงเหตุผลว่า เหตุใดสวนป่าปากช่อง จึงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กฎหมาย ทั้งที่พบความผิดชัดเจน

ทางด้านลูกสาวนักธุรกิจดังเจ้าของสนามกอล์ฟ ได้นำสำเนาเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. จำนวน 47 ไร่ และใบชำระภาษีบำรุงท้องที่มาชี้แจงแสดงกับเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่า เอกสารต้นฉบับเก็บที่สำนักงานฯ ใน กทม. โดยเข้ามาบริหารบริษัทเป็นรุ่นที่ 3 จึงไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินมากนัก แต่มั่นใจว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หากผลการตรวจสอบพบว่า มีการบุกรุกป่า ก็พร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและคืนพื้นที่ให้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่นำหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศมาตรวจเปรียบเทียบและวัดพิกัดจีพีเอส พบว่า บริเวณสนามแข่งรถและบ้านพักอยู่ในเขตป่า ซึ่งไม่ตรงกับเอกสารที่นำมาแสดง

ขณะที่น้องชายนักธุรกิจดัง กล่าวว่า เป็นที่ปรึกษาของบริษัท ยืนยันว่า การขยายพื้นที่เพิ่มเติมเป็นการซื้อที่ดินต่อมาจากชาวบ้าน จึงไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่บุกรุก หากผิดจริงก็พร้อมจะรื้อถอนและคืนที่ดินให้

วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: