Home > ข่าวการศึกษา > พรมมา-สอยหมอไทยดีเด่นแห่งชาติปี๕๘

พรมมา-สอยหมอไทยดีเด่นแห่งชาติปี๕๘

September 2, 2015

2 หมอพื้นบ้านอีสาน คว้าหมอไทยดีเด่นแห่งชาติปี 58 ใช้สมุนไพรรักษามากว่า 60 ปี ขณะที่หมอยาภาคใต้ ชู “ว่านนางตัด” เพิ่มพลังหญิง “อภัยภูเบศร” แนะแปรรูปทำเป็นกาแฟ

5b8agec8957dad98hka8c.jpg

2 ก.ย. 58 ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) กล่าวเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 12 “การแพทย์แผนไทย…ความมั่นคงในระบบสุขภาพ” จัดโดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และภาคีเครือข่าย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เม.ย. 2558 ระหว่างวันที่ 2 – 6 ก.ย. 58 ว่า การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนนโยบายการแพทย์แผนไทยในระดับชาติและระดับพื้นที่ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนมากขึ้น

ทั้งนี้ ครม.ได้อนุมัติให้การแพทย์แผนไทยซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม เป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อผลักดันให้การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก เป็นการแพทย์ทางเลือกหลักของประเทศในการบูรณาการคู่ขนานไปกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ในการสร้างสุขภาวะประชาชน และสร้างเศรษฐกิจของชาติ

โดยการผลักดันนั้นจะต้องยอมรับศาสตร์การแพทย์แผนไทยให้เป็นระบบสุขภาพแห่งชาติ มีการคุ้มครองภูมิปัญญา พัฒนาบุคลากรแพทย์แผนไทยให้มีคุณภาพ มีสิทธิและศักดิ์ศรี และส่งเสริมสมุนไพร สำหรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ประเทศไทยจัดว่ามีทรัพยากรภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยอยู่มาก ตรงนี้จะทำให้การเจรจาการค้า ตลาดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ส่วนการดำเนินการอะไรที่ติดขัดอยู่ เช่น การขึ้นทะเบียนสมุนไพร การวิจัยแพทย์แผนไทย เป็นต้น ก็จะเร่งดำเนินการให้ผ่านอุปสรรคไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงาน ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล ได้มอบรางวัลหมอไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2558 ให้แก่นายพรมมา แสงชมภู และนายสอย เพชรฤทธิ์ 2 หมอไทยแดนอีสาน โดยนายพรมมา แสงชมภู อายุ 87 ปี ชาวไทยเชื้อสายภูไท จาก ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

หมอไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2558 กล่าวว่า ตนทำหน้าที่เป็นหมอไทยตั้งแต่สมัยเป็นสามเณร อายุ 11 ปี ได้รับตำรับสมุนไพรในการรักษาโรคต่างๆ มาจากหลวงปู่ โดยส่วนใหญ่จะใช้สมุนไพรเป็นตำรับยาต้ม และยาฝนบ้าง

โดยคนป่วยที่มารักษาก็จะถามว่า แพทย์แผนปัจจุบันวินิจฉัยว่าป่วยเป็นอะไร จากนั้นจะจัดตำรับสมุนไพรให้ไปรับประทาน รู้สึกภูมิใจที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะในการให้การรักษาคนป่วยก็ตั้งใจว่าจะหายาสมุนไพรให้ลูกหลานกิน ปัจจุบันมีการถ่ายทอดภูมิปัญญาความรู้เรื่องตำรับสมุนไพรให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านกุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยตั้งเป็นกลุ่มสมุนไพรขันติธรรม มีสมาชิกประมาณ 85 คน เพื่อสืบสานภูมิปัญญาไทยต่อไป

นายสอย เพชรฤทธิ์ อายุ 76 ปี ชาว ต.โคกสี อ.วังยาง จ.นครพนม หมอไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2558 กล่าวว่า ตนเป็นหมอรักษามาตั้งแต่อายุ 14 ปี ดีใจและภูมิใจที่ได้รับรางวัลนี้ และปัจจุบันมีการให้การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย เรื่อง หมอพื้นบ้านและสมุนไพรมากขึ้น ในอนาคตอยากเห็นการแพทย์แผนไทย แผนปัจจุบัน และแผนอนาคตผสมผสานการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ ในการให้บริการคนไข้จะใช้ยาสมุนไพรท้องถิ่นประยุกต์ร่วมกับการแพทย์แผนจีนที่ตนไปเรียนรู้มาจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน เพื่อใช้เป็นการรักษาผู้ป่วยตั้งแต่การเป่า การนวด การจับเส้น เพื่อแก้อาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อต่างๆ และใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรคโดยใช้ตำรับยาต้ม

งานเดียวกันนายอับดล หรอหมาน หมอยาภาคใต้ กล่าวว่า กลุ่มหมอพื้นบ้านภาคใต้ มีความนิยมในการใช้ว่านนางตัดเป็นอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยว่านนางตัดจะมีสรรพคุณช่วยแก้ปัญหาอาการปวดประจำเดือน แก้ฝ้าจากสาเหตุประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยหญิงหลังคลอดทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ช่วยกระชับมดลูก แก้ปัญหามดลูกหย่อนคล้อย และเพิ่มการไหลเวียนโลหิตของหญิงที่ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น

นอกจากนี้ยังช่วยแก้อาการวัยทองได้อีกด้วย ส่วนในเพศชายก็สามารถดื่มเพื่อแก้อาการปวดเมื่อยในร่างกาย โดยวิธีการรับประทาน จะนำว่านนางตัด ทั้งต้น คือ ส่วนของราก ใบ และลำต้น ไปตากแดดให้แห้ง

หลังจากนั้นก็นำมาต้มกับน้ำในปริมาณ 1 ลิตร ต้มประมาณ 30 นาที และดื่มเป็นชาได้ตลอดเวลา ซึ่งน้ำว่านจะมีรสฝาดไม่ขมและมีกลิ่นหอมรับประทานง่าย สามารถดื่มได้ทั้งเช้า กลางวัน และเย็น ซึ่งทางภาคใต้มีการรับประทานกันมานานกว่า 20 แล้ว และส่วนใหญ่พึงพอใจ ดังนั้นในการจัดงานสมุนไพรครั้งนี้จึงมีการนำว่านนางตัดมาร่วมแสดงด้วย ทั้งนี้ในงานมหกรรมสมุนไพรครั้งนี้ จึงมีการนำว่านนางตัดมาจำหน่ายเพื่อช่วยให้หญิงไทยได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น

ด้าน ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า สำหรับสมุนไพรว่านนางตัด มีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ประเทศมาเลเซีย ซาอุดิอาระเบีย และไทย ดังนั้นในอนาคตไทยจะมีการส่งเสริมให้ปลูกว่านนางตัด เพราะประเทศซาอุฯ เป็นประเทศที่มีการใช้ว่านนางตัดเป็นจำนวนมาก แต่ตามหลักแล้วว่านนางตัดจะขึ้นเฉพาะในพื้นที่ป่าใหญ่และมีมากในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยเหตุนี้เราจึงมองว่าควรใช้โอกาสนี้ในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรของไทยต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับการศึกษานั้น จะเป็นการนำผลการศึกษาของเพื่อนมาบ้านมาต่อยอด นอกจากนี้อภัยภูเบศร ยังมีการส่งเสริมและให้ความรู้กับทีมหมอชาวบ้าน ให้นำว่านนางตัดมาทำการแปรรูปเป็นกาแฟเพื่อให้ง่ายแก่การบริโภคอีกด้วย ทั้งนี้ในวันที่ 4 ก.ย.นี้ ทางอภัยภูเบศร ก็จะมีการแจกว่านนางตัดภายในงานด้วย

วันพุธที่ 2 กันยายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: