Home > ข่าวการศึกษา > ม.เอแบคยันมีอธิการบดีชื่อภารดาบัญชาคนเดียว

ม.เอแบคยันมีอธิการบดีชื่อภารดาบัญชาคนเดียว

October 1, 2015

ม.เอแบคยันมีอธิการบดีชื่อ”ภารดาบัญชา”คนเดียว ชี้ต้นเหตุความขัดแย้งกรรมการสภามหาวิทยาลัย เกิดจากโครงการเครื่องฝึกบินจำลอง ส่งผลอธิการบดีพ้นตำแหน่ง

achkkc8hj77jbk95edaja.jpg

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) หัวหมาก กทม. นายวีรศักดิ์ อนุสนธิวงษ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของเอแบค และกรรมการสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แถลงข่าวชี้แจงกรณีข้อขัดแย้งคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญว่า จุดเริ่มต้นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องที่ดร.สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เสนอขออนุมัติโครงการห้องปฎิบัติการเครื่องฝึกบินจำลองเสมือนจริงแบบแอร์บัส เอ 320 และทางสภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติและมีความประสงค์จะซื้อเครื่องบินฝึกจำลองเสมือนจริงดังกล่าว โดยเป็นโครงการร่วมทุนกับบริษัทให้ภารดาบัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี เป็นผู้หุ้น และเกิดข้อท้วงติงในการดำเนินการส่อไปในทางทุจริต จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว พบว่า ไม่มีการทุจริต แต่ดร.สุทธิพรและกรรมการสภามหาวิทยาลัยบางคนกลับต้องการให้คณะกรรมการถอดถอนอธิการบดี โดยขอตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิการบดีสั่งให้พักงานอธิการบดีก่อน ซึ่งในการสั่งพักงานอธิการบดีไม่สามารถกระทำได้โดยมาตรา98 พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ระบุชัดว่า การพักงานอธิการบดีได้ต้องเป็นการร้องขอจากกรรมการสอบสวนมายังคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันยังไม่มีการร้องขอมาที่สภามหาวิทยาลัย การพักงานภราดาบัญชา จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และถือว่ายังคงตำแหน่งอธิการบดีม.เอแบคตามเดิม ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น ภราดาบัญชา จึงมอบให้ ดร.กมล กิจสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาม.เอแบค เป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนอธิการบดี นอกจากนั้น สำหรับ เรื่องงบดุล ปี 2557 ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะสามารถนำมาใช้ในการถอดถอนอธิการบดี เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า ถ้าอธิการบดีไม่สามารถส่งงบภายในวันที่ 30 กันยายน อธิการบดีจะมีความผิดตามมาตรา 96 พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2550โดยจะถูกถอดถอน และถูกปรับเป็นเงิน 1 แสนบาท ดังนั้น การประชุมสภามหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 17กันยายน 2558 มีวาระการรับรองเรื่องงบการเงินของมหาวิทยาลัยแต่มีกรรมการสภาฯ บางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม ทำให้ไม่ครบองค์ประชุมและไม่สามารถพิจารณาดังกล่าว แต่ทางมหาวิทยาลัยได้นำเรื่องดังกล่าวหารือกับเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาและได้ให้แนวทางในการแก้ไขปัญหา จึงทำให้ ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้ส่งส่งเรื่องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมาแล้ว ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เอแบค กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการอนุมัติใบปริญญาบัตร สำหรับนักศึกษา ปีการศึกษา 2557 จำนวนกว่า 3,000 คน ขณะนี้ได้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน ภารดาสุรสิทธิ์ สุขชัย ได้ทำหนังสือเวียนไปยังกรรมการสภาฯ ทุกคนแล้ว เพื่อลงนามอนุมัติใบปริญญา โดยจะต้องตอบกลับมาภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2558 หากไม่ตอบกลับมาจะถือว่าได้อนุมัติเห็นชอบแล้ว ดังนั้น ขอยืนยันว่านักศึกษาทุกคนจะได้เข้ารับปริญญาบัตรในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 ตามกำหนดเดิม โดยจะมีภารดาบัญชา แสงหิรัญ เป็นผู้มอบปริญญาบัตร “เวลานี้มหาวิทยาลัยเอแบค มีอธิการบดีเพียงคนเดียวนั้น คือ ภารดาบัญชา แสงหิรัญ ดังนั้น บุคคลใดที่แอบอ้างเป็นรักษาการอธิการบดี จึงเป็นเรื่องที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพราะตามพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน มาตรา 42 ระบุว่า หากกรณีที่อธิการบดีปฎิบัติหน้าที่มิได้ ให้รองอธิการบดีเป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่แทน จึงเห็นได้ชัดเจนว่า ตำแหน่งรักษาการอธิการบดี ไม่ได้มีปรากฏตามกฎหมายแต่อย่างใด แม้ก่อนหน้านี้จะมีการแอบอ้างตามคำสั่งสภามหาวิทยาลัย แต่หากคำสั่งนั้น ไม่ได้เป็นการลงนามด้วยนายกสภามหาวิทยาลัย ก็ถือเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน มติของการประชุมต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นการเรียกประชุมโดยนายกสภามหาวิทยาลัย ถือเป็นมติที่ไม่ถูกต้อง ฉะนั้น การประชุมของดร.สุทธิพร กับกรรมการสภามหาวิทยาลัยบางส่วน ที่ได้นำเสนอข้อมูลสู่สาธารณชนเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้ง ขณะนี้ ดร.สุทธิพร ได้พ้นสภาพจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอแบค ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 แล้ว” ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของม.เอแบคกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ทางม.เอแบคกำลังรอหนังสือจากกระทรวงศึกษาธิหาร(ศธ.) เรียกเข้าไปหารือแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งทางมหาวิทยาลัยยินดีเข้าไป

วันพุธที่ 30 กันยายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: