Home > ข่าวการศึกษา > เรียน เล่น เห็นชีวิตหนุนทักษะชีวิตศตวรรษที่๒๑

เรียน เล่น เห็นชีวิตหนุนทักษะชีวิตศตวรรษที่๒๑

October 22, 2015

“เรียน เล่น เห็นชีวิต”หนุนทักษะชีวิตศตวรรษที่21 : แพรวพรรณ สุริวงศ์

6d99kb9bacfkh6dbke8h5.jpg

การอ่านหนังสือนอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะความคิดในการต่อยอดและจินตนาการแล้ว ยังเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการเรียนรู้ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบตัว ทั้งเทคโนโลยี และทักษะต่างๆ เพื่อนำปรับใช้กับการดำเนินชีวิตให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มูลนิธิไฟเซอร์แห่งประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้จัด “โครงการพัฒนาทักษะการอ่านและทักษะชีวิตที่จำเป็นของเยาวชน” ครั้งที่ 4 ภายใต้ชื่อ “เรียน เล่น เห็นชีวิต” ให้แก่น้องๆ ใน จ.สตูล 89 คน

น.ส.ศิริวรรณ ชื่นชมสกุล กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย อธิบายการจัดโครงการในครั้งนี้ว่า จากผลสำรวจของมูลนิธิศุภนิมิตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้พบว่า ปัญหาหลักของเด็กช่วงอายุ 6-12 ปี คือการอ่านทักษะภาษาไทยได้เหมาะสมตามช่วงวัย โดยเฉพาะในส่วนของการสรุปใจความสำคัญที่เป็นรากฐานสำคัญของการคิดวิเคราะห์ ทั้งยังขาดการพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นในด้านการคิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ตนเอง การสร้างความสัมพันธ์และการรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งโครงการดังกล่าวได้มุ่งให้ความสำคัญในการปรับปรุง แก้ไขและพัฒนา โดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นให้เหมาะสมตามวัย รวมทั้งการสร้างความตระหนักรู้ให้เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น

ทั้งนี้ ได้คัดเลือกโรงเรียนบ้านปิใหญ่ และโรงเรียนบ้านตูแตหรำ ต.กำแพง อ.ละลู จ.สตูล รวมทั้งสิ้น 138 คน (เริ่มต้นโครงการ) ที่มีความหลากหลายทางศาสนาเพื่อให้ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันและเคารพในความแตกต่าง โดยทำโครงการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ ปี 2555 จะสิ้นสุดโครงการในปี 2560 เด็กที่เข้าร่วมโครงการเริ่มจาก ป.1

ล่าสุดครั้งที่ 4 มีเด็กเข้าร่วม จำนวน 89 คน ซึ่งจะอยู่ชั้น ป.4- ป.6 กิจกรรมในแต่ละปีจะเน้นทักษะการอ่าน ทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็นสำหรับเด็ก และรู้จักปฏิเสธยาเสพติด แต่กิจกรรมจะเปลี่ยนไปตามมช่วงอายุของผู้เข้าร่วม เช่นในปีนี้ชูการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เน้นการฟัง การวิเคราะห์ และการสื่อสาร ซึ่งจะมีการติดตามประเมินผลในแต่ละปี และนำผลสรุปที่เกิดขึ้นมาถอดบทเรียน เพื่อแก้ไขและต่อยอดในปีต่อไป

ดร.บรรจงเศก ทรัพย์โสภา ผอ.ฝ่ายระดมทุนและการตลาด มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่นำมาถ่ายทอดให้แก่เด็กๆ ในกิจกรรมครั้งนี้ว่า ได้ใช้แนวคิด 3R+7C เข้ามาช่วยหนุนเสริมทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ผ่านกิจกรรมสันทนาการที่จัดขึ้นเป็นฐานต่างๆ โดย 3R ได้แก่ 1.อ่านออก 2.เขียนได้ และ 3.คิดเลขเป็น ส่วน 7C ประกอบด้วย 1.ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา 2.ทักษะการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม 3.ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม 4.ทักษะด้านความร่วมมือ และภาวะผู้นำ

5.ทักษะด้านการสื่อสารและรู้เท่าทันสื่อ 6.ทักษะด้านเทคโนโลยี และ 7.ทักษะอาชีพและการเรียนรู้ และจากการติดตามสังเกตพฤติกรรมของการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าก่อนดำเนินโครงการมีเด็ก ร้อยละ 43 ที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการจับกลุ่มอ่านหนังสือในห้องเรียนและห้องสมุด ต่อมาภายหลังจากดำเนินโครงการมีเด็กที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 65 ทั้งนี้ยังได้พูดคุยกันระหว่าง ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อติดตามประเมินผลจากคนในพื้นที่ และหากมีการจัดกิจกรรมก็จะให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

“ผมได้เข้าร่วมโครงการมาตั้งแต่ ป.2 ต่อเนื่องมาจนตอนนี้ อยู่ ป.5 การทำกิจกรรมทำให้ได้รู้จักคิดแก้ไขปัญหา รู้จักเพื่อนต่างโรงเรียนมากขึ้น ได้ฝึกสมาธิจากการเข้าฐานต่างๆ เช่นฐานข้ามน้ำ ข้ามเล เป็นฐานที่ชอบมาก โดยพี่เลี้ยงจะให้จับเชือกและไต่ข้ามไปอีกฝั่ง เพราะหากไม่มีสมาธิเราก็จะตกลงไปในน้ำได้ นอกจากนั้นยังได้ฝึกความกล้าและการตัดสินใจ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตในประจำวันได้ด้วย” น้องคาบิต ด.ช.ธนวัมน์ พูลขาง อายุ 11 ปี ชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านตูแตหรำ สะท้อนความรู้ที่ได้รับ หลังจากเข้าร่วมโครงการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ปี

เช่นเดียวกับ น้องนา ด.ญ.ฮัซนาอ์ โคตรพิมพ์ อายุ 12 ปี ชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านปิใหญ่ ที่เข้าร่วมโครงการมาตลอด 4 ปี บอกเล่าความประทับใจในกิจกรรมครั้งล่าสุดให้ฟังว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับเพื่อนและได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เพราะทำให้เกิดความสามัคคีในการช่วยเหลือกัน และทำให้ได้ฝึกความพยายามกล้าแสดงออกมากขึ้น ซึ่งฐานที่ชอบคือ เมืองลับแล ที่จะต้องปิดตาและจับมือเพื่อนไต่ไปตามเชือก ทำให้เกิดความกล้าหาญ และต้องรู้จักระมัดระวังในการเดินแต่ละก้าว ทำให้มีความรอบคอบมากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: