Home > ข่าวการศึกษา > สร้างจิตวิญญาณความเป็นไทยภารกิจครูอาสาจุฬาลงกรณ์

สร้างจิตวิญญาณความเป็นไทยภารกิจครูอาสาจุฬาลงกรณ์

October 30, 2015

สร้างจิตวิญญาณความเป็นไทยภารกิจ”ครูอาสาจุฬาลงกรณ์” : หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

5fa5bhchffbfbcgfj59f5.jpg

คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งโครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ เมื่อปี 2527 ตามแนวคิดของพระเทพโสภณ (หลวงเตี่ย) เจ้าอาวาสวัดไทยลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ที่ต้องการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยแก่เด็กและเยาวชน ลูกหลานไทยในสหรัฐอเมริกาปัจจุบันได้ขยายการดำเนินการไปยังวัดต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา 12 วัด ออสเตรเลีย 1 วัด และนิวซีแลนด์ 1 วัด ทำการคัดเลือกและอบรมครูอาสาสมัคร ทั้งครูอาสาสมัครภาคฤดูร้อน ที่จะปฏิบัติหน้าที่ 4 เดือน และครูอาสาสมัครประจำการ 1 ปี โดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากวัดที่เข้าร่วมโครงการ

ปลายกรกฎาคม ครูอาสาสมัครฯ 9 คน ได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ครูอาสาประจำการหนึ่งปี ณ โรงเรียนพุทธศานาวัดไทย ลอสแองเจลิส ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ปรับเวลาเปิด-ปิดเทอมใหม่เพื่อให้ตรงกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ส่งผล 5 คน “นพรัตน์ จรัสแสงสกุล ครูประจำชั้น ป.4, สันติ อุตรธิยางค์ ครูประจำชั้น ป.1, จิราวรรณ ตุ้มสุด ครูประจำชั้น ป.2, ชนะพล สมบูรณ์ ครูประจำชั้น ป.5-6 และวรรณวิภา เที่ยงธรรม ครูประจำชั้นอนุบาล ไม่สามารถเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้

“พลชนะ สมบูรณ์” เล่าว่า การเรียนการสอนที่โรงเรียนพุทธศาสนาวัดไทยลอสแองเจลิส แบ่งออกเป็น 7 ระดับชั้น คือ ชั้นอนุบาล (รับตั้งแต่ 4ขวบ) ชั้น ป.1 ชั้น ป.2 ชั้น ป.3 ชั้น ป.4 ชั้น ป. 5-6 และชั้นมัธยม และมีวิชานาฏศิลป์ และดนตรีไทยด้วย การเรียนการสอนในภาคเรียนปกติ จะจัดในวันเสาร์และอาทิตย์ นักเรียนเลือกเรียนวันใดวันหนึ่ง หรือจะมาทั้งสองวันก็ได้

การเรียนสอนเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นช่วงของวิชา นาฏศิลป์ และดนตรีไทย ซึ่งนักเรียนจะเข้าเรียนตามที่ตนต้องการชมรมศิลปะป้องกันตัว และชมรมนักประดิษฐ์น้อยก่อนเรียนจะมีเคารพธงชาติอเมริกา ธงชาติไทย กล่าวคำปฏิญาณตน ร้องเพลง “ฉันเป็นคนไทย” ไหว้ทักทายครู จากนั้นก็ขึ้นโบสถ์ ทำกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระ ซึ่งจะปิดท้ายด้วยกิจกรรมเสริม เช่น เล่านิทาน เรียนรู้เครื่องดนตรี เรียนมารยาทไทย เรียนรู้เกร็ดภาษาไทย

เริ่มเรียนภาษาไทย เวลา 13.00 น. แต่ละห้องก็จะเริ่มทำการเรียนการสอน จนถึงเวลา 14.15 น. จะพักครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็จะมาเรียนอีกช่วงจนถึง 16.00 น. ช่วงแรกเป็นการเรียนวิชาภาษาไทย และช่วงสองเป็นการเรียนวัฒนธรรมไทยทำแบบฝึกหัดงานประดิษฐ์ หรือกิจกรรมเคลื่อนไหว ตามแต่ละชั้นจะออกแบบ หลังจากเลิกเรียน นักเรียนจะไปฝึกรำ หรือดนตรี บางส่วนฝึกศิลปะป้องกันตัว ทำงานศิลปะ หรือรอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน

“การเรียนการสอนอนุบาล กับ ป.1 เน้นกิจกรรมที่สนุกสนาน มีทั้งกิจกรรมเคลื่อนไหว ร้องเพลง เล่านิทาน งานศิลปะ ช่วยให้นักเรียนเรียนรู้อักษรไทย สระเช่น คาบที่เรียนเรื่อง ก ไก่ มีทั้งการหัดอ่าน หัดเขียน และทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงไปสู่เนื้อหา เช่นประดิษฐ์แม่ไก่จากจานกระดาษ ร้องเพลงแม่ไก่ เน้นการได้ลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ผ่านของจริง (Learning by Doing) ซึ่งเป็นรูปแบบที่เหมือนกับ ระดับชั้น ป.1 แต่ ป.1 จะเพิ่มเนื้อหาด้านการอ่านและการเขียนเพิ่มมากขึ้น เพิ่มความยากของเนื้อหามากขึ้น”

ส่วนระดับชั้น ป.2 ป.3 ป.4 ป.5-6 จะเป็นการเรียนอ่านเขียนฟังพูด ซึ่งค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นไปตามระดับชั้น จาก ป.2 ที่เรียนรู้การอ่านเป็นคำค่อยๆ ไล่ระดับไปจนถึงการอ่านเป็นเรื่องราวในระดับชั้น ป.5-6 เพียงแต่นักเรียนที่จบชั้น ป.5-6 (ที่จบตามหลักเกณฑ์) จะมีทักษะการอ่านเทียบเคียงได้กับนักเรียนชั้น ป.4 คืออ่านคำที่พบเจอทั่วไปได้ เข้าใจความหมาย แต่ถ้าเป็นศัพท์ยากๆ ศัพท์เฉพาะ คำราชาศัพท์ ศัพท์วิชาการก็จะอ่านไม่ออก หรืออ่านออกแต่ไม่เข้าใจ บางคนอาจอ่านได้แต่ไม่คล่องนัก

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับครอบครัวว่าใช้ภาษาไทยมากแค่ไหน บางคนอ่านหนังสือพิมพ์ได้ แต่พบน้อยมาก ลักษณะกิจกรรมในระดับชั้นวิชาการ แต่จะใช้เกม หรือกิจกรรมที่สนุกสนานมาช่วย ทั้งกิจกรรมกลุ่มที่มีการแข่งขัน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อมือและสิ่งประดิษฐ์เข้ามาช่วย ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ ส่วนระดับชั้นมัธยม จะมีครูประจำถิ่นรับผิดชอบ นักเรียนจะเรียนการอ่านที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น บทความ ข่าว ความเรียง นักเรียนในชั้นนี้ จึงเป็นเด็กโตที่เรียนมานาน หรือโตในเมืองไทยมาก่อนจนแม่นยำในภาษาไทย

ครูพยายามออกแบบกิจกรรมให้มีความสนุกสนาน เพื่อดึงดูดความสนใจเด็ก ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งเรื่องของการอ่านและเขียน ต้องพยายามใส่ใจและแก้ไขปัญหาการอ่านและเขียนของนักเรียนตลอด ครูจะพยายามแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดดีๆ ที่นำไปประยุกต์ด้านการสอน ในขณะเดียวกันก็ต้องประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองให้ใส่ใจดูแล ใช้ภาษาไทยกับบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอ ช่วยบุตรหลานในการเรียนภาษาไทย ครูก็ต้องพยายามสร้างความเข้าใจให้เด็กได้เห็นว่าภาษาไทยมีประโยชน์ และมีความสัมพันธ์กับชีวิตของนักเรียน

พระครูสิริกิตติญาณวิเทศ กล่าวว่า การที่มีครูอาสาสมัครมาประจำการหนึ่งปี ถือว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่วัดไทย โรงเรียน และชุมชนไทยในนครลอสแองเจลิสอย่างมหาศาล จนนับค่าไม่ได้ ช่วยกิจกรรมต่างๆ ของวัดได้ เด็กๆ ลูกหลานคนไทยในอเมริกาได้มาเรียนรู้ภาษาไทย มารู้จักขนบธรรมเนีมประเพณีไทยจากครูอาสากลุ่มนี้ เพราะครูกลุ่มนี้เก่ง เรียนมาโดยตรง เด็กรัก เด็กอยากเรียนด้วย และผู้ปกครองก็เชื่อใจมากกว่าด้วย

รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอนาคตจะทำแผนระยะเวลา 3 ปีในการส่งเสริมความเป็นไทยที่มีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและวัฒนธรรม จัดระบบคัดสรรครูอาสา สืบสานภาษาไทยและศิลปวัฒนธรรม ทำหลักสูตรการสอนที่ทันสมัย เน้นบริการวิชาการแก่สังคมไทยและสังคมโลกให้มากที่สุด 0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: