Home > ข่าวการศึกษา > พ.ร.บ.ใหม่ประกันสังคมมอบสิทธิผู้ประกันตนทุพพลภาพก่อนปี๒๕๓๘

พ.ร.บ.ใหม่ประกันสังคมมอบสิทธิผู้ประกันตนทุพพลภาพก่อนปี๒๕๓๘

November 14, 2015

สปส.มีข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนทุพพลภาพก่อนปี 2538 รับสิทธิภายใต้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ 20 ต.ค.2558 ให้สิทธิลูกจ้างผู้ประกันตนทุพพลภาพก่อน 30 มี.ค.2538

dj8caafh9a7gf89h6886f.jpg

พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในการเยี่ยมผู้ประกันตนทุพพลภาพว่า นับเป็นโอกาสดีที่ พ.ร.บ.(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 (ฉบับใหม่) มีการปรับเพิ่มข้อกฎหมายเพื่อดูแลผู้ประกันตนฯ ได้ตลอดชีวิต เนื่องจากผู้ทุพพลภาพในสังคมถือเป็นประชากรส่วนหนึ่งของประเทศ ซึ่งเมื่อบุคคลเหล่านี้ประสบเหตุจนต้องมีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ รัฐจึงต้องให้การคุ้มครองดูแล เพื่อให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนให้ผู้ทุพพลภาพสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ต้องกลายเป็นปัญหาของสังคม กระทรวงแรงงานได้ขับเคลื่อนผ่านการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม เริ่มกิจกรรมประกันสังคมมอบสุข เพื่อผู้ประกันตนทุพพลภาพทั่วประเทศ

ด้าน โกวิท สัจจวิเศษ รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัดกิจกรรม มอบสุขแก่ผู้ประกันตนทุพพลภาพประจำปี 2558 สัญจรลงพื้นที่พบผู้ประกันตนทุพพลภาพที่ได้รับสิทธิก่อนปี 2538 เป็นการแจ้งสิทธิและติดตามหลังเจ็บป่วยและขาดสิทธิ เนื่องจากปัจจุบัน พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 (ฉบับใหม่) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2558 แก้ไขกฎหมายเพื่อขยายความคุ้มครองผู้ทุพพลภาพ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน ได้รับการดูแลตลอดชีวิต ดังนี้ ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้ทุพพลภาพเพิ่ม : สิทธิประโยชน์กรณีตายแก่ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง/ผู้ทุพพลภาพแม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ ผู้จงใจให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตายเพิ่ม : สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่จงใจทำให้ตนเองบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย หรือยินยอมให้ผู้อื่นก่อให้เกิดขึ้น กรณีทุพพลภาพเพิ่ม : ผู้ประกันตนซึ่งสูญเสียสมรรถภาพ ไม่ถึงร้อยละ 50 ของร่างกายมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ (พ.ร.บ.เดิม ผู้ประกันตนต้องสูญเสียสมรรถภาพของร่างกาย ร้อยละ 50 ถึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ) ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 30 มีนาคม 2538 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต (พ.ร.บ.เดิม : ผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 30 มี.ค.2538 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 15 ปี) สิ่งสำคัญคือ ความมุ่งหวังให้ผู้ประกันตนทุพพลภาพ ได้มีโอกาสได้รับสิทธิที่จะคอยดูแลคุณภาพชีวิต และมีเงินทดแทนการขาดรายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องให้ผู้ทุพพลภาพตกอยู่ในสภาวะขาดรายได้ หรือต้องมีวิถีชีวิตที่ทุกข์ยากเพิ่มมากยิ่งขึ้น ตลอดจนไม่รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นภาระของครอบครัวและสังคมนั่นเอง “สำนักงานประกันสังคมขอแจ้งผู้ประกันตนทุพพลภาพก่อนวันที่ 30 มีนาคม 2538 ที่มีสิทธิตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 (ฉบับใหม่) มาแสดงความจำนง เพื่อติดต่อขอรับสิทธิเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต โดยยื่นหลักฐาน คือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน 2-10 และสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร ได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ ทั้ง 12 แห่ง/ จังหวัด/ สาขา ที่สะดวก ในการยื่นขอรับสิทธิฯ นี้ ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพ ไม่ต้องมีการตรวจสุขภาพใหม่แต่อย่างใด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมทุกพื้นที่ ทุกสาขา ทุกจังหวัด หรือ โทร.1506 ตลอด 24 ชั่วโมง” คุณยายวันดี กล่อมฤทธิ์ ผู้ประกันตนทุพพลภาพจากสาเหตุเส้นเลือดสมองตีบ ความดันโลหิตสูง ปัจจุบันอายุ 79 ปี ก่อนป่วยเคยทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับเงินเดือน 11,190 บาท เป็นผู้ประกันตนปี 2536 ถึง 31 พฤษภาคม 2537 หักเงินสมทบเดือนละ 49.22 บาท (ซึ่งเป็นสถานประกอบการที่ได้รับการลดหย่อนส่วนเงินสมทบกรณีเจ็บป่วยคงเหลือในอัตราเงินสมทบร้อยละ 0.44) จาก พ.ร.บ.ใหม่ประกันสังคม คุณยายวันดี ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เดือนละ 5,595 บาท ด้าน คุณลุงอร่าม ศรีหิน ผู้ประกันตนทุพพลภาพ สาเหตุจากการประสบอุบัติเหตุ ปัจจุบันอายุ 60 ปี เคยทำงานบริษัท คอมพรีเฮนสีฟคาร์โก แมนเนจเม้นท์ จำกัด ได้รับเงินเดือน 5,550 บาท เป็นผู้ประกันตน ปี 2536 ถึง 30 มิถุนายน 2536 หักเงินสมทบเดือนละ 83.25 บาท (ปี 2534 อัตราเงินสมทบร้อยละ 1.5) เคยประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ เป็นทุพพลภาพ ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2536 ส่งผลให้คุณลุงอร่ามเส้นประสาทแขนขาด แขนซ้ายไม่สามารถใช้งานได้ และตาข้างซ้ายพร่ามัว คุณลุงอร่ามดีใจมากที่ได้รับข้อมูลว่าจะสามารถได้รับสิทธิจากประกันสังคมไปจนตลอดชีวิต เพื่อใช้ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย และที่สำคัญได้รับเงินได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ จาก พ.ร.บ.ประกันสังคมใหม่ เดือนละ 2,775 บาท

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: