Home > ข่าวการศึกษา > ๑ปีสธ.แก้ปัญหาสุขภาพคนไทยหลายมติ

๑ปีสธ.แก้ปัญหาสุขภาพคนไทยหลายมติ

January 2, 2016

1ปีสธ.แก้ปัญหาสุขภาพคนไทยหลายมติ ด้านหวังอีก10ข้างหน้าอายุยืนถึง 80 ปี

7c7ed98hbjjfjbiek6f77.jpg

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยยังมีปัญหาที่ท้าทายระบบสุขภาพที่สำคัญ และต้องเร่งแก้ไขหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเด็กไอคิวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและมีพัฒนาการล่าช้า ปัญหาความแออัดของหน่วยบริการ ส่งผลให้มีปัญหาการเข้าถึงบริการที่จำเป็น อีกทั้งคนไทยยังเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ รวมถึงสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ยังขาดระบบการดูแลที่ดีมีคุณภาพ กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของ ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงมุ่งดำเนินงานสนองนโยบายด้านสาธารณสุขของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในการยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน โดยกล่าวว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาและเสริมความเข้มแข็งระบบบริการด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง เท่าเทียมมีคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ดังจะเห็นผลการดำเนินการที่สำคัญหลายเรื่อง ได้แก่ 1.ดูแลผู้สูงวัยติดบ้านติดเตียงอย่างมีคุณภาพ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เมื่อปี 2558 รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ประกาศให้การดูแลผู้สูงอายุเป็นนโยบายสำคัญ เน้นการดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง โดยชุมชนมีส่วนร่วม มีการอบรมผู้ดูแล (Care Giver) และผู้จัดการ (Care Manager) และมอบสมุดบันทึกสุขภาพประจำตัวผู้สูงอายุ ส่วนในปี 2559 รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 600 ล้านบาท ให้ผู้สูงอายุติดเตียง ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง และผู้พิการ 100,000 คน เพื่อให้ได้รับการดูแลสุขภาพถึงบ้านโดยทีมสหวิชาชีพ 2.ทีมหมอครอบครัว (Family Care Team) ที่ปัจจุบันมีทีมหมอครอบครัวกระจายอยู่ทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 66,492 ทีม เพื่อลงเยี่ยมผู้ป่วยและครอบครัวในพื้นที่รับผิดชอบ เน้น 3 กลุ่ม คือผู้สูงอายุติดเตียง ผู้พิการ และผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต 3.เด็กไทยฉลาดพัฒนาการสมวัย จัดทำโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ดำเนินการระหว่าง พ.ศ.2558-2561 เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กไทยให้เป็นไปตามศักยภาพ หรือมีศักยภาพที่สูงกว่า สามารถคัดกรองพัฒนาการเด็กไทยได้กว่า 180,000 คน ซึ่งพบว่าเด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าลดลงจากร้อยละ 27 ในปี 2556 เหลือร้อยละ 21 ในปี 2558 ปัญหาเด็กจมน้ำ เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ สร้าง ทีมผู้ก่อการดี (Merit Maker) 335 ทีม เน้นการดำเนินงานในรูปแบบสหสาขาและแบ่งปันทรัพยากรในพื้นที่ 227 อำเภอ 35 จังหวัด ซึ่งปัญหาการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ลดลงร้อยละ 18.3 เมื่อเทียบกับปี 2557 4.ลดอัตราป่วยและเสียชีวิตจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองลดเหลื่อมล้ำ และลดรอคอย พบว่าสามารถลดอัตราการการเสียชีวิตของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน จากร้อยละ 17.0 ในปี 2556 เหลือเพียงร้อยละ 11.9 ในปี 2558 ลดอัตราตายจากโรคหลอดเลือดสมองจากร้อยละ 16.9 ในปี 2556 เหลือร้อยละ 11.6 ในปี 2558 ได้ ลดเวลารอคอยการผ่าตัดหัวใจในภาพรวมทั่วประเทศ จาก 9 เดือน เหลือ 4 เดือน กระจายอำนาจบริหารจัดการไปสู่เขตสุขภาพ จำนวน 13 เขต ดูแลเชื่อมโยงตั้งแต่ปฐมภูมิจนถึงทุติยภูมิ ลดการส่งต่อออกนอกเขตได้เป็นจำนวนมาก ยกระดับโรงพยาบาลระดับอำเภอ ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาลจังหวัด เพิ่ม 20 แห่ง พัฒนาศูนย์แพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดหัวใจ 16 แห่ง ผ่าตัดสมอง 51แห่ง โรงพยาบาลชุมชนร้อยละ 80 ให้ยาละลายลิ่มเลือดได้ ปรับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินได้ทุกโรงพยาบาล ทั้งรัฐและเอกชน และลดข้อจำกัดในการเข้าถึงยาที่มีราคาสูง และมีระบบช่องทางด่วนอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (Trauma Fast Track) ในทุกเครือข่าย ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดภายใน 2 ชั่วโมง 5.ป้องกันและยับยั้งโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำ ได้รับการชื่นชมจากนานาประเทศและองค์การอนามัยโลก ในการดูแลควบคุมโรคของไทยซึ่งเป็นผู้นำด้านการควบคุมโรคในอาเซียน ในเรื่องการจัดระบบคัดกรองที่ท่าอากาศยานและช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ การอบรมทีมเฝ้าระวังและสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) และแพทย์ระบาดวิทยาทั่วประเทศ 1,080 ทีม ร่วมกับ อสม. 1 ล้านคน พัฒนาระบบการดูแลรักษาป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลทุกแห่ง พัฒนาจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฉพาะในการตรวจวิเคราะห์โรคอีโบลาได้ 22 แห่ง สามารถตรวจเชื้อโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้ภายใน 8 ชั่วโมง 6.สมุนไพรไทยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ รัฐบาลสนับสนุนการใช้แพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย โดยมีบริการแพทย์แผนไทยคู่ขนานในโรงพยาบาล 594 แห่งทั่วประเทศ มีโรงพยาบาลที่ผลิตยาสมุนไพรที่ผ่านมาตรฐาน GMP 15 แห่ง มีผู้บริการรักษาด้วยแพทย์แผนไทยกว่า 20 ล้านครั้ง เกษตรกรมากกว่า 10,000 ครัวเรือน มีรายได้จากการปลูกสมุนไพรเพิ่มขึ้น 5 เท่า พัฒนาแหล่งปลูกสมุนไพร เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น สร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า จากวิสัยทัศน์ประเทศไทย พ.ศ.2558-2563 ที่ให้สังคมไทย “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ควบคู่ไปกับการดำเนินงานตามแนวทาง “ประชารัฐด้านสังคม” นั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานในปี 2559 โดยเน้นการปฏิรูป 4 ด้าน คือ 1.ป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพ บูรณาการงานเชิงรุก 2.ลดการป่วยเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน โดยตั้งเป้าให้วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี 700,000 คนทั่วประเทศ 3.ปรับโครงสร้างและระบบการทำงาน ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ฯลฯ เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว เอื้อต่อการบริการประชาชนและภาคเอกชน พร้อมขึ้นทะเบียนยา อาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพและเครื่องมือแพทย์ และ 4.ร่วมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยบูรณาการกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อผลักดันให้ไทยเป็น ศูนย์กลาง Wellness & Medical Tourism ตั้งเป้าสร้างรายได้ให้ประเทศ จำนวน 225,155 ล้านบาท/ปี “ภายในทศวรรษต่อไปคนไทยทุกคนจะมีสุขภาพแข็งแรงเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างยั่งยืน มุ่งหวังในอีก 10 ปีข้างหน้า คนไทยมีสุขภาพดีได้ถึงอายุ 72 ปี และมีอายุยืนขึ้นไม่น้อยกว่า 80 ปี เพื่อเป็นกำลังสำคัญในสร้างความเข้มแข็งของสังคมไทยต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในตอนท้าย

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: