Home > Uncategorized > พอช. สนับสนุน ชุมชนจัดการตนเอง

พอช. สนับสนุน ชุมชนจัดการตนเอง

รักชีวิต รักษ์สิ่งแวดล้อม : ก้าวที่เห็นค่าวิถีชีวิตสิ่งแวดล้อม “พอช.” สนับสนุน “ชุมชนจัดการตนเอง” : โดย…สุวัฒน์ คงแป้น

bjd9aai6a6hibbhjaaif6.jpg

สังคมไทย ตั้งแต่อดีตกาลเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับความเป็นชุมชนหมู่บ้าน ความเป็นญาติมิตร ช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งเป็นน้ำใจที่งดงาม เปี่ยมด้วยความรักและมีไมตรีให้กันและกัน

วิถีไทยเช่นนี้ เกิดจากผู้คนในหมู่บ้านได้ร่วมกันบ่มเพาะ จนหยั่งรากลึกเป็นเสาหลักของชุมชนหมู่บ้านที่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นวิถีการผลิตที่เป็นไปเพื่อการพึ่งตนเอง และเอื้อต่อธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่งดงาม แฝงไปด้วยภูมิปัญญาของคนท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะ ตลอดจนความเชื่อที่เต็มไปด้วยอุบายให้ผู้คนมีความรักต่อกันและเอื้อต่อธรรมชาติรอบๆ ตัว

แต่การพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจกว่า 50 ปี เป็นต้นมา ได้บ่อนทำลายสังคมและวัฒนธรรมชุมชนที่ดีงาม การผลิตแบบพอเพียง และเอื้อต่อธรรมชาติ ถูกเปลี่ยนไปสู่การผลิต เพื่อการค้าที่ต้องพึ่งปัจจัยภายนอก มีการใช้สารเคมี รุกที่สาธารณะ เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต ในขณะที่ราคาผลผลิตก็ถูกกำหนดมาจากภายนอก ในที่สุดก็เข้าสู่ภาวะล้มละลาย ความรู้เดิมหายไร้ที่พึ่งพิง

ในปี พ.ศ. 2548 เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศ จึงได้ร่วมกันคัดเลือกพื้นที่นำร่องในการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น โดยการนำเอาประสบการณ์งานพัฒนาที่ชุมชนทำอยู่แล้ว มาคิดใหม่แบบบูรณาการเน้นการสร้างความเข้มแข็งที่ฐานราก โดยใช้ “พื้นที่” เป็นตัวตั้ง ใช้แผนแม่บทชุมชนเป็นเครื่องมือ มีองค์กรชุมชนเป็นแกนกลาง ภาคีท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐร่วมสนับสนุน เพื่อให้ชุมชนสามารถปรับตัว กำหนดวิถีชีวิตของตนเอง และพึ่งตนเองได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นพัฒนา 4 ส่วน อย่างบูรณาการ

ฟื้นฟูภูมิปัญญาพัฒนาอุดมการณ์ท้องถิ่น

ปัจจุบันความคิดและความเชื่อของคนในท้องถิ่นได้เปลี่ยนไป จากที่เคารพธรรมชาติ ก็หันมาทำลาย เห็นธรรมชาติเป็นทุน จากที่เคยเคารพและปฏิบัติตามความคิดความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ อันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แสดงออกทางวัฒนธรรม ประเพณี จนกลายเป็นวิถีชีวิตที่ดีงาม กลับละเลยไม่ใส่ใจใฝ่หา จนทำให้ชุมชนขาดราก ขาดอุดมการณ์ของท้องถิ่น หลงใหลไปตามกระแสทุนนิยม ที่ไหลบ่าถาโถมเข้ามาอย่างเชี่ยวกราก

ดังนั้น ภารกิจอันสำคัญอย่างหนึ่งของการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นก็คือ ชุมชนต้องร่วมกันฟื้นฟูภูมิปัญญา สร้างอุดมการณ์ของท้องถิ่นขึ้นมา เช่น การทำพิธีสืบชะตาดิน น้ำ ป่า และการจัดการน้ำในระบบเหมืองฝาย การทำพิธีบวชป่าของพี่น้องเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศ อันเป็นประเพณีความเชื่อ ที่แสดงออกซึ่งความเคารพเพื่อให้คนอยู่กับธรรมชาติอย่างพึ่งพาต่อกัน

ชุมชนจัดการและใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ธรรมชาติกับมนุษย์จะต้องอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพา แม้ชุมชนท้องถิ่นจะเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้งละเอียดลออ มีการจัดการที่สอดคล้องเหมาะสม พึ่งพาอาศัยและไม่ทำลายระบบนิเวศ แต่โครงสร้างการจัดการทรัพยากรแบบรวมศูนย์หลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ชุมชนเกิดความขัดแย้ง ไม่สามารถเข้าถึงหรือถูกกีดกันออกจากฐานทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นจะเป็นจริงได้ จึงต้องร่วมกันฟื้นฟูความรู้เรื่องระบบนิเวศท้องถิ่นและปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดการฐานทรัพยากรดิน น้ำ ป่า ชายฝั่ง ความหลากหลายทางชีวิต เพื่อให้ชุมชนมีสิทธิในการใช้ประโยชน์และมีหน้าที่ดูแลรักษาได้อย่างยั่งยืน เช่น การฟื้นฟูพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในลักษณะที่ชุมชนผู้ใช้ประโยชน์เป็นหลักในการจัดการ

“พออยู่พอกิน” บนศักยภาพระบบนิเวศ

หัวใจสำคัญของการผลิต ต้องเป็นระบบที่สอดคล้องกับระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการป่าชุมชน เพื่อคนอยู่ร่วมกับป่า การเปลี่ยนวิถีไปสู่การเกษตรกรรมยั่งยืน ที่ไม่พึ่งการตลาด แต่เน้นระบบแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ตลอดจนการพัฒนาระบบตลาดที่เป็นของชุมชนการนำวัสดุในท้องถิ่นมาผลิต เพื่อใช้และแบ่งปัน ซึ่งระบบเช่นนี้อยู่คู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตกาล

แต่การพัฒนาที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตลอดจนนโยบายการพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชุมชนได้กลายเป็นสาเหตุให้คนมุ่งนำทรัพยากรไปเปลี่ยนเป็น “เงิน” จนเกินขีดที่ธรรมชาติจะรองรับได้ เกิดปัญหาความขัดแย้ง แย่งชิงทรัพยากรในหลายๆ พื้นที่

ขาดความสัมพันธ์ก็ขาดความเอื้ออาทร

ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะนำพาชุมชนไปสู่ความอยู่ดีมีสุขได้ก็คือ ความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชน ซึ่งชุมชนไทยในอดีตจะมีฐานเครือญาติที่เข้มแข็ง มีระบบการนับถือผู้อาวุโสในชุมชน พัฒนาไปสู่ผู้นำตามธรรมชาติด้านต่างๆ เช่น ผู้นำศาสนาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้นำทางความคิด หมอเมือง แม่จ้าง เป็นต้น ซึ่งลักษณะเช่นนี้ไม่เพียงทำให้ผู้คนในชุมชนมีเสาหลักเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาขยายออกไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ เช่น การเกิดกลุ่มองค์กรต่างๆ กลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้เฒ่าผู้แก่ กลุ่มที่สร้างความสัมพันธ์ของคนต่างวัย กลุ่มและบุคคลเหล่านี้ได้ร่วมกันสร้างความคิด ความเชื่อพัฒนาไปสู่ระบบชุมชนแห่งความเอื้ออาทรและเกื้อกูลกัน

และนี่คือแนวคิด ทิศทางการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นเป็นกระบวนการพัฒนาแนวใหม่ ที่ชุมชนเป็นแกนหลัก เป็นการบูรณาการทุนทุกประเภทในชุมชนมาทำงานร่วมกัน โดยใช้แผนชีวิต ชุมชนเป็นเครื่องมือ รู้เท่าทันกระแสโลกที่เปลี่ยนไป และรู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างเลือกสรร ปรับโครงสร้างการพัฒนาให้ชุมชนและท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดการพัฒนาได้มากขึ้น และเป็นบ่อเกิดของอุดมการณ์ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ที่ชาวบ้านได้ร่วมกันผลักดันขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกันของทุกภาคส่วน

โดยตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ได้สนับสนุนให้เครือข่ายองค์กรชุมชนใช้สภาองค์กรชุมชน เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงทุกภาคส่วนระดับตำบล หรือจังหวัดหรือภูมินิเวศ นำปัญหามานั่งพูดคุยและวางแผนพัฒนาเพื่อกำหนดอนาคตของชุมชนท้องถิ่น

ดังนั้น การที่ภาคประชาสังคม หรือภาคประชาชนจะกำหนดอนาคตของชุมชนท้องถิ่นได้ จำเป็นจะต้องมีหลักเป็นของตนเอง คือ ทำงานเพื่อประชาชน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ มีองค์กรของภาคประชาชนใช้สภาองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสถานะตามกฎหมาย ทำหน้าที่เชื่อมโยงภาคีพัฒนาต่างๆ มาทำงานร่วมกัน ให้เกิดกลไกของภาคประชาชนที่กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การจัดการทำข้อมูลที่จะนำไปสู่การวางแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

“พอช.” ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน โดยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาที่ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใช้สภาองค์กรชุมชนเชื่อมโยงภาคีพัฒนาต่างๆ ให้เกิดเวทีกลางที่ทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกัน เป็นเวทีที่เป็นของคนในพื้นที่ นำปัญหามาแก้ปัญหาร่วมกันบนประโยชน์ของคนในพื้นที่ ซึ่งหากประชาชนมีตัวตนชัดเจน ก็จะเป็นแนวทางที่องค์กรเข้ามาสนับสนุนได้ตรงกับสิ่งที่ชุมชนต้องการ สิ่งเหล่านี้จะทำให้หน่วยงานสนับสนุนต่างๆ จากส่วนกลางและท้องถิ่นต้องเดินเข้าไปหาประชาชน เสนอแผนงานของตนเองให้สอดคล้องกับแผนของประชาชน

ด้วยแนวคิด อุดมการณ์ และการดำเนินงานเช่นนี้จึงเกิด “ชุมชนจัดการตนเอง” และเป็นนัยสำคัญที่จะก้าวไปสู่ความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมือง การเมืองที่จะกำหนดอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง

Advertisements
Categories: Uncategorized
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: