Home > ข่าวการศึกษา > เอสซีเอก้าวสู่ปีที่๑๐วิทยาลัยปั้นศิลปินมาตรฐานอังกฤษ

เอสซีเอก้าวสู่ปีที่๑๐วิทยาลัยปั้นศิลปินมาตรฐานอังกฤษ

February 1, 2016

“เอสซีเอ”ก้าวสู่ปีที่10วิทยาลัยปั้นศิลปินมาตรฐานอังกฤษ : กมลทิพย์ ใบเงินเรียบเรียง วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดงภาพ

fda99i78ck95j8ba7hica.jpg

ถ้าพูดถึงสถาบันการศึกษานักปั้นดาวที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง (Superstar College of Asia : SCA) อย่างแน่นอน หลายคนเคยรู้จักสถาบันการศึกษาแห่งนี้ในนาม Superstar Academy โรงเรียนสอนพิเศษดนตรีและศิลปะการแสดง ต่อมาได้พัฒนาหลักสูตรเป็น มัธยมปลาย (ร่วมมือกับโรงเรียนศรีวิกรม์) และหลักสูตรปริญญาตรี (ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสยาม) ที่ได้รับมาตรฐานจากกระทรวงศึกษาธิการ “นับเป็นวิทยาลัยสร้างศิลปินแห่งแรกในประเทศไทยและในกลุ่มประเทศอาเซียนรวมทั้งยังเป็นสถาบันด้านการฝึกสอนดนตรีและการแสดงเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรองคุณภาพจากบอร์ดการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ EDEXCEL ว่ามีคุณภาพเท่าเทียมวิทยาลัยที่ประเทศอังกฤษ โดยใช้วิธีการคัดเลือกนักศึกษาประเภทสอบเข้าตรงผ่านการออดิชั่น โดยมีอาจารย์ผู้สอนที่มีทักษะความสามารถพร้อมในทุกๆ ด้าน” พิสิษฎ์พงศ์ วรเศรษฐการกิจ หรือภูมิ คณบดี วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง หรือเอสซีเอ เปิดฉากสนทนา คณบดีนักปั้นดาว เล่าอีกว่า เอสซีเอมีอาจารย์ผู้สอนที่มีความรู้ ความสามารถทั้งด้านวิชาการ และประสบการณ์ทางด้านดนตรีและศิลปะการแสดงกว่า 100 ท่าน คอยให้ความรู้ นักเรียนนักศึกษาที่ได้เข้ามาเรียนที่วิทยาลัยแห่งนี้นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังได้มีโอกาสฝึกฝนและปฏิบัติกับอุปกรณ์ที่มีพร้อมอย่างครบครัน ด้วยห้องเรียนที่มีรองรับอย่างมากมาย โดยปัจจุบันวิทยาลัยแห่งนี้มีนักเรียนนักศึกษารวมแล้วกว่า 4,000 คน ซึ่งแต่ละคนจะได้พบกับโอกาสทางอาชีพ จากศูนย์จัดหาอาชีพ (Career Center) ที่ทางวิทยาลัยได้จัดเตรียมไว้เพื่อแนะนำน้องๆ นักเรียน นักศึกษาทุกท่านได้ เข้าสู่สนามการทำงานจริงแบบมืออาชีพบนเส้นทางการทำงานเข้าสู่วงการบันเทิงทั้งไทยและต่างประเทศ “ผู้ที่ผ่านการเรียนในทุกๆ หลักสูตร นั่นจะถูกปลูกฝังให้ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความเป็นผู้นำ และรู้ความต้องการของตัวเอง เพื่อวางเป้าหมายให้กับชีวิตในอนาคตอย่างผู้มีคุณธรรม เมื่อสำเร็จการศึกษาก็สามารถบริการจัดการ สร้างผลงานของตัวเองเพื่อก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงหรือเส้นทางบันเทิงได้ด้วยตนเอง ทั้งการร้อง เต้น เล่นละคร การผลิตผลงาน การวางแผนธุรกิจ และการทำงานทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง” ดูเหมือนว่าที่ผ่านมา เอสซีเอมีนักเรียนนักศึกษาได้เข้าไปทำงานในวงการบันเทิงมากมาย อาทิ “ไข่มุก” รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช จากรายการเดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ 4 นักศึกษาชั้นปีที่ 2, เอกมล บุญโพธิ์ทอง เคพีเอ็น นักศึกษาชั้นปีที่ 3, “ออย” กุลจิรา ทองคำ เดอะวอยซ์ คิดส์ ไทยแลนด์ 1 นักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4, “แป้ง” ณัฐณิชา ทิพยมณฑล เดอะสตาร์ 4 นักศึกษาชั้นปีที่ 2, “กวาง” อาริศา หอมกรุ่น จากรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 และอีกมากมาย “เพื่อเป็นการต้อนรับก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ในปี 2559 วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง ได้เปิดตัวหลักสูตรใหม่ 2 หลักสูตร คือหลักสูตรประกาศนีียบัตรวิชาชีพ และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ด้านดนตรีศิลปะการแสดง (ร่วมมือกับสยามเทค) ซึ่งเป็นการสร้างนวัตกรรมด้านหลักสูตรอีกครั้งและยังเป็นการตอบสนองความต้องการผลักดันด้านหลักสูตรวิชาชีพตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในปีการศึกษานี้ด้วย อีกทั้งเพื่อเป็นการรองรับอุตสาหกรรมด้านบันเทิงที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในระดับประเทศสู่การเป็นประชาคมอาเซียน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางความสนใจทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่สนใจทักษะด้านดนตรีและการแสดงอีกด้วย” พิสิษฎ์พงศ์ กล่าว ว่ากันว่า พิสิษฎ์พงศ์ วรเศรษฐการกิจ คณบดีวิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง เอสซีเอ ผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยมากมาย “กั้ง” วรกร ศิริสรณ์ ที่คว้ารางวัล เดอะ สตาร์ คนที่ 10 ของเมืองไทย, “ถังเบียร์” ภูริวัชร์ ธีระชาติ ชนะเลิศจากการประกวดเอเอฟ 10, “โบว์” เมลดา สุศรี ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ ไทย ซูเปอร์ โมเดล คอนเทสต์ 2013, คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ, “มิ้นต์” ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, ใบเตย อาร์สยาม, “ไข่มุก” รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ 4 และศิลปินดาราอีกหลายท่านที่วิทยาลัย Superstar College of Asia เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง สมัยวัยเด็ก “ภูมิ” พิสิษฎ์พงศ์ ศึกษาระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยรุ่น 142 เป็นเด็กเรียนดีอันดับ 1 ของโรงเรียน ได้รางวัลและทุนเรียนดีและยังได้ทุนโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ปี “ภูมิ” พิสิษฎ์พงศ์ ยังเป็นนักกิจกรรมตัวยงของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นประธานชมรมคอมพิวเตอร์, ประธานเชียร์จตุรมิตรที่นำรุ่นน้องร้องเพลงเชียร์และแปลอักษร รวมไปถึงนักร้องประสานเสียงบีซีซี กลี คลับ อีกด้วย เรียกว่าโดดเด่นทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมรอบด้าน ต่อมาได้เข้าศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและจบการศึกษาด้วยผลการเรียนเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ หลังจากจบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ได้เริ่มต้นทำธุรกิจครั้งแรกในชีวิตด้วยการลงร่วมหุ้นกับผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันเปิดบริษัทที่ปรึกษาด้านคอมพิวเตอร์จนประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเป็นที่กล่าวขานในหมู่เพื่อนรุ่นเดียวกัน จากนั้นไม่นาน “ภูมิ” พิสิษฎ์พงศ์ ได้หันมาสนใจเรื่องธุรกิจด้านบันเทิงและมองเห็นปัญหาของธุรกิจค่ายเพลงอิสระ หรือที่หลายคนเรียกว่า ค่ายเพลงอินดี้ และมีแนวคิดที่อยากจะแก้ปัญหาการทำงานของบุคลากรในวงการบันเทิงไทยให้มีคุณภาพพัฒนาไปสู่ระดับสากล จึงได้หันมาศึกษาเรื่องธุรกิจบันเทิงอย่างจริงจังและตั้งใจเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจบันเทิง มหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยคุณภาพอันดับต้นๆ ของโลก เมื่อสำเร็จการศึกษาก็กลับมาสานต่อเจตนารมณ์ของตัวเองจึงได้ก่อตั้ง “วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง” ในปี 2550 และตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ มีการพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง จากหลักสูตรอคาเดมีจนมาเป็นหลักสูตรการศึกษาระดับสามัญ และอุดมศึกษาแห่งแรกในอาเซียน โดยเป็นหลักสูตรเดียวกับประเทศอังกฤษและเป็นวิทยาลัยศิลปะการแสดงแห่งเดียวในอาเซียน “วิทยาลัยศิลปะและการแสดงแห่งแรกของเอเชีย มีเป้าหมายผลิตบุคลากรให้เป็น “ซูเปอร์สตาร์ในทุกวงการ” และนอกจากจะสร้างบุคลากรคุณภาพแล้วยังต้องปลูกฝังเรื่องคุณธรรมให้เป็นผู้นำทางด้านความคิดและเป็นแบบอย่างที่ดีในวงการบันเทิงไทยเพราะสมัยเรียนที่ ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ผมได้รับการปลูกฝังเรื่องคุณธรรมจริยธรรมมาโดยตลอด รวมถึงได้เข้าร่วมอบรมจริยธรรม ปลูกฝังให้มีคุณธรรมมาตั้งแต่วัยเยาว์จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา” พิสิษฎ์พงศ์ ฝากทิ้งท้าย นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่ี่สนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.superstarcollege.com

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: