Home > ข่าวการศึกษา > “โครงการสอนศิลป์ถึงถิ่นถึงบ้าน” ครูดีที่เด็กรัก ครูหัวใจลายศิลป์.. เข้าใจ เข้าถึง รู้ลึก รู้ซึ้ง ถึงตัวผู้เรียน สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๒

“โครงการสอนศิลป์ถึงถิ่นถึงบ้าน” ครูดีที่เด็กรัก ครูหัวใจลายศิลป์.. เข้าใจ เข้าถึง รู้ลึก รู้ซึ้ง ถึงตัวผู้เรียน สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๒

March 3, 2016

832300.jpg

..**ครูเป็นบุคคลสำคัญในชีวิต เพราะครูเปรียบเสมือนแม่คนที่สองที่คอยอบรมสั่งสอนและให้ความรู้และการมุ่งมั่นที่จะเป็นครูที่ดีและเป็นครูที่นักเรียนรัก นั้นย่อมเป็นพื้นฐานของครูทุกคน

..**ครูเนือย หรือ นายพงศ์ศักดิ์ ผสารผจน์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านนำพุ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 เป็นครูตัวอย่างอีกคนหนึ่งที่มุ่งมั่น เสียสละทำเพื่อนักเรียนจนเป็นที่ยอมรับของเพื่อนครู ชุมชน นักเรียนและผู้ปกครอง

..***นายพงศ์ศักดิ์ ผสารผจน์ กล่าวว่าการปฏิบัติหน้าที่ในความเป็นครู ต้องเข้าใจ เข้าถึง รู้สึก รู้ซึ้ง ถึงตัวผู้เรียนทุกคน และจากการจัดการเรียนการสอน สังเกตเห็นนักเรียนมีใจรักในงานศิลปะ จึงได้จัดตั้งชมรมศิลปะโรงเรียนบ้านน้ำพุขึ้น และหากนักเรียนได้รับการฝึกอย่างถูกวิธีสามารถเรียนรู้สู่ศิลป์ที่เป็นเลิศได้

..**จึงได้มุ่งมั่น ทุ่มเท ศึกษา เรียนรู้งานศิลปะอย่างมีกระบวนการและถูกวิธี โดยนำกระบวนการเรียนการสอนของ กาเย่ กล่าวคือ การเรียนรู้จากง่ายไปหาอยาก หรือฝึกจากส่วนย่อยไปหาส่วนรวม และทฤษฎีการเรียนรู้ของ ธอร์นไดค์ คือ กฎการฝึกหัด การฝึกบ่อย ๆ จะทำให้เกิดทักษะ มาใช้ในกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน และได้อุทิศเวลาว่างส่วนตัวให้กับนักเรียน ทั้งในเวลาพักกลางวัน เวลาหลังเลิกเรียนของทุก ๆ วัน ตั้งแต่เวลา 15.30 น. – 18.00 น. และในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ รวมทั้งวันปิดภาคเรียนทุกภาคเรียน ไม่คิดค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น โดยให้นักเรียนที่มีความรัก มีความสนใจทางด้านศิลปะรวมกลุ่มมาวาดภาพระบายสี สร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลจากอบายมุกต่างๆ ส่งผลให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถ ทางด้านศิลปะดีขึ้นนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยรวมกลุ่มกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ “แต้มสี เติมสุข” บนฝาฝังผนังเก่าของหอประชุมในชุมชนและโรงเรียนใกล้เคียง แล้วแต่ละชุมชนและโรงเรียนขอความอนุเคราะห์มา

ต่อมาเกิดปัญหานักเรียน ที่มาเรียนในวันปิดภาคเรียน หรือวันหยุดลดน้อยลงมาก จึงสอบถามพูดคุยทราบว่านักเรียนอยากมาเรียน แต่มาไม่ได้ เพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ดูแลน้องในวันหยุด ผู้ปกครองไม่ได้มารับมาส่งเนื่องจากบ้านอยู่ห่างไกลจากโรงเรียนหลายกิโลเมตร รวมทั้งผู้ปกครองก็ต้องดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพ ต้องออกไปแต่เช้ากลับมาเย็นไม่มีเวลารับส่งลูกในวันหยุด

..**ครูเนือย…จึงแก้ปัญหาโดยการใช้กระบวนการครูไปหาเด็ก เด็กไม่ต้องมาหาครูในวันหยุดและในช่วงปิดภาคเรียน โดยให้นักเรียนรวมกลุ่มกันที่บ้านของเพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กันประมาณ 2-3 คน แล้วชักชวนกันสร้างสรรค์งานศิลปะ เป็นกลุ่มๆ โดยครูเนือยจะเดินทางไปสอนตามกลุ่มที่นักเรียนรวมตัวกันที่บ้านของนักเรียนเอง ทำให้นักเรียน สามารถพาน้องมานั่งเล่นได้ ทำให้นักเรียนที่ขาดโอกาสในส่วนนี้ได้รับสิ่งที่ดีๆ เหมือนคนอื่นๆ เป็นการเติมเต็มให้กับนักเรียนในช่วงวันหยุดและวันปิดภาคเรียนได้เป็นอย่างดี จึงเกิดเป็น “โครงการสอนศิลป์ถึงถิ่นถึงบ้านนักเรียน”

..**ผลจากที่นักเรียนได้ฝึกอย่างเป็นขั้นตอน และมีกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย อย่างต่อเนื่อง นักเรียนได้ฝึกฝนบ่อย ๆ ส่งผลให้นักเรียนเกิดความรู้คู่ทักษะที่ยั่งยืน รวมทั้งนักเรียนได้พัฒนาตนเองอย่างจริงจัง จึงทำให้เกิดผลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์ มีความสำเร็จ ได้รับการยกย่องกว่า 280 รางวัล เช่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการประกวดงานจิตรกรรม ของสภากาชาดไทย ประจำปี 2555 , รางวัลดีเด่นจากการประกวดวาดภาพตามโครงการประกวดศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ตั้งแต่ปี 2555 – 2558, รางวัลดีเด่น จาก โครงการประกวดวาดภาพระบายสีเยาวชน “ฮอร์ส อะวอร์ด” ประจำปี 2558 ฯลฯ และตนเองยังได้รับรางวัลผลักดันและส่งเสริมนักเรียนในการประกวดวาดภาพเยาวชน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หัวข้อสมเด็จพระเทพฯ ดวงแก้วในดวงใจ โครงการ ฮอร์ส อะวอร์ด 2558 ครั้งที่ 10 นับเป็นความภาคภูมิใจหาที่สุดมิได้

..**นายสุรินทร์ ขวัญทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำพุ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ดี ได้พบปะกับผู้ปกครอง ได้เห็นถึงความเป็นอยู่อย่างแท้จริงของนักเรียนและชุมชน ทำให้เข้าใจ เข้าถึง รู้ลึกรู้ซึ้งถึงตัวผู้เรียน เข้าใจปัญหาของนักเรียน จึงสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดทำให้นักเรียนรักครู ครูรักนักเรียน ชุมชนรักโรงเรียน ทำให้โรงเรียนได้รับการส่งเสริมสนับสนุนอีกด้วย

..**นายสันติ แสงระวี ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 กล่าวว่าการดำเนินการโครงการดังกล่าวยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ชุมชน ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งเสนอแนวความคิด เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาในโอกาสต่อไป เพราะในการจัดการศึกษาไม่ได้เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นของทุกคนที่จะต้องร่วมกันพัฒนาเพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง และสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข …*** นางจำเริญสุข ภู่ดอก นักประชาสัมพันธ์ สพป.นศ.2

02 มีนาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements
%d bloggers like this: