Home > ข่าวการศึกษา > ร.ร.คูเมืองบ้านสานฝันดึงนอกระบบเรียนรู้สู่สัมมาชีพ

ร.ร.คูเมืองบ้านสานฝันดึงนอกระบบเรียนรู้สู่สัมมาชีพ

April 1, 2016

“ร.ร.คูเมือง”บ้านสานฝันดึงนอกระบบเรียนรู้สู่สัมมาชีพ : ภูดิศ เชื้อประดิษฐ์

baikdhf7a9abababgfaaa.jpg

ด้วยความมุ่งมั่นของ “โกวิทย์ บุญเฉลียว” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูเมือง (อ่อนอนุเคราะห์) จ.อุบลราชธานี เล็งเห็นถึงปัญหาของเยาวชนที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม ระดมทุนก่อตั้งบ้านสานฝัน ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างหลักสูตรการเรียนรู้รูปแบบ การจัดการศึกษาที่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เปิดโอกาสสำหรับเด็กที่ไม่ต้องการศึกษาอยู่ในระบบของการศึกษาได้มีทางเลือกบนฐานของสัมมาชีพ ผอ.โกวิทย์ กล่าวว่า เราเจอปัญหาเด็กมากมาย เด็กติดยาเสพติด เด็กหนีเรียน เด็กท้องในโรงเรียน มีปัญหาเกิดขึ้นสารพัดมากมาย ทำอย่างไรถึงจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้จึงสำรวจว่าเขาสนใจในเรื่องอะไร พบว่าในระบบการศึกษาของประเทศไทยเป็นการบังคับให้เด็กได้เรียนเหมือนกัน ปฏิบัติเหมือนกัน ทำให้เด็กที่ไม่สามารถเรียนในระบบหรือเด็กที่ไม่ต้องการเรียนในระบบสามารถเรียนแบบเด็กปกติทั่วไปได้ สิ่งที่เรามาทำตรงนี้เพื่อแก้ปัญหาเด็กที่เข้าออกนอกระบบ เราจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร เราจะมีพื้นที่ไหนที่สามารถรองรับเขาได้ เราเลยจัดตั้งสถานศึกษานี้ขึ้นมาในลักษณะพิเศษ รับเด็กที่ไม่อยากเรียนในห้องเรียนเข้ามาดูแล การสร้างพื้นที่แห่งนี้มีเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของการศึกษาคือการมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนไทยสามารถสร้างอาชีพ อยู่ร่วมกันในสังคมและเกิดปัญญา การศึกษาที่เอาชีวิตเป็นตัวตั้งนั้นเน้นการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ เป็นการศึกษาเรียนรู้ที่สร้างเสริมทักษะชีวิต ทักษะอาชีพให้แก่ผู้เรียนให้เด็กสามารถค้นพบและพัฒนาตัวเองทั้งในข้อเด่นที่ควรส่งเสริมและข้อด้อยที่ควรแก้ไขจนสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างเต็มศักยภาพ สร้างความภูมิใจตัวเองจนพัฒนาไปสู่ความพึงพอใจในสิ่งที่ตนเป็นอยู่ โดยมีเครื่องมือในการเรียน 4 หมวดได้แก่ เลี้ยงสัตว์ การช่าง การเกษตรสวนครัว และการเกษตรปลูกข้าว ซึ่งเด็กจะได้เรียนทั้งหมด 4 หมวด และมีอาชีพในเรื่องที่เด็กสนใจเป็นพิเศษ จากการเรียนรู้ผ่านหนังสือสู่ห้อง เรียนเล้าไก่ บ่อปลา และผืนนาบนฐานชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ได้สร้างเด็กที่สามารถทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และนำผลผลิตที่ได้ออกจำหน่ายสู่ชุมชน เด็กที่เรียนที่นี่จะไม่ได้เรียนแบบตื่นเช้า เข้าแถวเหมือนเด็กปกติทั่วไป การเรียนรู้สำหรับเด็กกลุ่มนี้จะค่อยๆ เกิดขึ้น เมื่อเราสร้างความเข้าใจในตัวเด็ก พูดคุยกับเขา เมื่อเขาพึงพอใจอยากอยู่กับเรามันก็สามารถไปต่อได้ ซึ่งเราค่อยๆ สอดแทรกเรื่องคุณธรรม ความดี ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้ต้องเติมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ควบคุมพฤติกรรมฝังไว้ในใจเขา เมื่อเขาโตขึ้นมาก็จะนำเอาสิ่งนี้ไปใช้ เมื่อจบไปจะมีอาชีพสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปแทนที่จะไปเกเรก็ไม่มี เด็กพวกนี้สนใจเรื่องอะไร เขาก็จะลงมือทำด้วยความตั้งใจ ด้วยความอยากรู้อยากทดลอง สิ่งเหล่านี้มันจะไม่ได้เกิดขึ้นในระบบเด็กปกติ มันต้องเกิดในระบบแบบนี้ ผมเชื่อว่าถ้าเขามีความดีอยู่ในใจเขาตลอดเวลาก็จะทำให้เขามีต้นทุนในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข และสามารถเอาชีวิตรอดได้ สิ่งนี้คือสิ่งที่เราปรารถนา นีีเป็นทางเลือกสำหรับเด็ก ให้เขามีโอกาสได้ยืนอยู่ในสังคมได้ เราไม่คาดหวังว่าเขาจะต้องเป็นผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ แต่เราต้องการให้เขามีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขเหมือนคนทั่วๆ ไป เอาชีวิตเขาให้รอดไม่เป็นภาระของสังคม ส่วนคนไหนเก่งอยู่ในระบบปกติก็ให้เขาเก่งไป เราให้การสนับสนุน แต่สำหรับเด็กกลุ่มนี้เราต้องช้อนเขาไว้ดึงเขาไว้เพื่อให้ไม่เข้าวงจรปัญหาของสังคม สนใจสอบถามได้ที่โทร.0-4585-3639 และ http://facebook.com/BanKumuangSchool

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: