Home > ข่าวการศึกษา > เปิดม่านการศึกษา : ๑๒ เม.ย. ๕๙

เปิดม่านการศึกษา : ๑๒ เม.ย. ๕๙

April 12, 2016

9cecj97e8jd667fekcabh.jpg

ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ตามมาตรา 54 ระบุว่า “รัฐต้องดําเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” นั้น ตัดโอกาสการศึกษาหรือไม่

หากตีความระบุชัดเรียนฟรี 12 ปี ตามร่างรธน.ใหม่ เริ่มตั้งแต่อนุบาล-มัธยมศึกษา 3 (ม.3) นั่นหมายถึง เป็นการตัดโอกาสการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6), ระดับอาชีวศึกษาหรือสายอาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.), การศึกษานอกโรงเรียน หรือกศน. ผู้ด้อยโอกาสหลุดจากระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพราะไม่จำกัดเพศและวัย

2 สูตรสนับสนุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สูตรแรกอนุบาล-ม.3 ส่วนสูตรที่สองป.1–ม.6 แบบไหนจะเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ในช่วงเปลี่ยนถ่ายจากรัฐบาลทหารสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

“การศึกษาแบบให้เปล่าตั้งแต่ภาคบังคับเป็นประโยชน์และความได้เปรียบของคนเมืองและคนฐานะดีเพราะมีเงินส่งลูกเข้ารับการพัฒนาตั้งแต่ขวบครึ่ง ส่วนคนจนและชนบทส่วนใหญ่เริ่มเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่ออายุ 6-7 ขวบ” มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.กล่าว

การจัดการศึกษาภายหลัง “บิ๊กตู่” ใช้มาตรา 44 ล้างบางระบบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ สะท้อนภาพการจัดการศึกษาในอนาคตหลังการเลือกตั้ง บทบาทหน้าที่นี้ไม่ใช่ของกระทรวงศึกษาธิการเพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องร่วมมือ “กระทรวงมหาดไทย” ที่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูแลศูนย์เด็กเล็กกว่า 2 หมื่นศูนย์กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค

ผลการศึกษาวิจัยหลายสำนัก ระบุตรงกันว่า การลงทุนการศึกษาหากเริ่มเด็กปฐมวัยจะได้คืนถึง 7 เท่า สอดรับกับข้อเสนอคนรุ่นใหม่อย่าง “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่ระบุว่า “พัฒนาการของเด็กช่วงอายุ 2-5 ปี มีความสำคัญ แต่การศึกษาในระดับ ม.ปลาย และสายอาชีพก็สำคัญไม่แพ้กัน”

เรียนฟรี 12 ปี ตามร่างรธน.ใหม่ จะเป็นการ “เปลี่ยนแปลงประเทศไทยครั้งยิ่งใหญ่” คงต้องถามคนไทยเกือบ 70 ล้านคนว่า “พวกเราคนไทยทุกคน พร้อมที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่”

(เปิดม่านการศึกษา : 12 เม.ย. 59 : โดย…ครูแจ่ม)

วันอังคารที่ 12 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: