Home > ข่าวการศึกษา > กัญชารักษามะเร็ง?

กัญชารักษามะเร็ง?

April 27, 2016

k9kk76abg5fjggfaad9h5.jpg

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องเปลี่ยนนิยามว่า กัญชาเป็นยาเสพติด หรือ ยารักษาโรค ? เพราะมีคุณหมอท่านหนึ่งออกมายืนยันว่า มีผลงานวิจัยในต่างประเทศระบุว่า กัญชาสามารถใช้รักษามะเร็งได้ ทั้งๆ ที่เป็นที่ทราบกันดีว่า กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ใครมีไว้ในครอบครอง หรือ เสพ มีโทษ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติ ครม.ให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด ปี 2522 ตอนหนึ่งมีเรื่องของกัญชา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตกลงว่า กัญชา รักษามะเร็งได้หรือไม่ มีประโยชน์มากกว่าโทษหรือไม่ ?

นพ.สมยศ กิตติมั่นคง ผู้เขียนหนังสือกัญชาคือยารักษามะเร็ง กล่าวว่า มีงานวิจัยชัดเจนในต่างประเทศ บางประเทศมีการวิจัยเรื่องกัญชามานานนับสิบปี นักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอล เป็นผู้ค้นพบสารออกฤทธิ์ในกัญชา นั่นก็คือ THC ซึ่งสารตัวนี้ทำให้เซลล์มะเร็งตายเลย ขณะนี้ในประเทศอิสราเอลก้าวหน้าถึงขั้นใช้กัญชาในการรักษาโรค นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศใช้กัญชารักษาโรคตามมาอีกเป็นระยะๆ ผลการวิจัยระบุเลยว่า เซลล์มะเร็งหายไป หรือมีขนาดเล็กลง เมื่อไม่นานมานี้ ในเว็บไซต์ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพิ่งยอมรับเมื่อปีที่แล้วว่า สารสกัดในกัญชาสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ถึงแม้จะยังอยู่ในหลอดทดลองก็ตาม แต่จริงๆ แล้ว งานวิจัยเดินหน้ามาไกลกว่านั้นแล้ว งานวิจัยมี 3 ขั้นตอน คือ วิจัยในหลอดทดลอง วิจัยในสัตว์ทดลอง และวิจัยในคน การวิจัยในสัตว์ทดลอง ก็คือ นำเซลล์มะเร็งของคนไปฝังไว้กับหนู แล้วก็ให้ยาเข้าไป ถ้าได้ผล ก็เชื่อได้ว่า ใช้ในคนก็จะได้ผลเช่นเดียวกัน ขณะนี้มีการวิจัยในคนแล้ว และมีการนำเสนอแล้วในประเทศสโลวีเนีย แต่ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่มีงานข้อมูลวิจัยออกมาแล้ว ในการจัดงานกัญชาโลก เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง งานวิจัยในขณะนี้ ตอนนี้รอเวลาเผยแพร่ เพราะเพิ่งเริ่มถูกกฎหมาย หลังจากผิดกฎหมายมานาน งานวิจัยเพิ่งเริ่มทำ แต่บางส่วนที่ทำกันเองในบางประเทศแอบทำกันแบบลับๆ มีวิธีการรักษามะเร็งแบบใหม่ จะไม่ใช้วิธีนำคนไข้มาลองยาแต่ละอย่าง แต่จะนำหนูมา 10 ตัว แล้วนำเซลล์มะเร็งไปฝังไว้กับหนูทั้ง 10 ตัว จากนั้นให้ยาแต่ละชนิดกับหนูแต่ละตัว 10 ตัว ยาก็ 10 ชนิด ก็จะสามารถรู้ได้ว่า ยาตัวไหนฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ก็นำยาตัวนั้นมารักษาคนไข้ แต่ค่าใช้แพงมาก เป็นล้านบาท ในประเทศไทย มีการใช้กัญชารักษามะเร็งแบบลับๆ มีมานานแล้วนับสิบปี แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะติดคุกกันหมดทั้งคนรักษา และคนไข้ ทั้งข้าราชการและนักการเมือง โดยมีคนที่รักษาแล้วได้ผลก็บอกต่อๆ กัน แล้วก็มีการทดลองกันมาเรื่อยๆ ขณะนี้มีการสกัดกัญชาออกมาเป็นยาใช้สำหรับรักษามะเร็งได้แล้ว แต่สำหรับในประเทศไทยยังผิดกฎหมาย ในขณะที่บางประเทศถูกกฎหมาย ทั้งในสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ อิสราเอล และประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งล่าสุดก็มีในออสเตรเลีย กัญชาในทางการแพทย์หลายคนเข้าใจว่า ทำเป็นยาสำเร็จออกมา จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะกัญชาทางการแพทย์จะติดปัญหาเรื่องสิทธิบัตรยา ดังนั้น การจำหน่ายจะขายในรูปของสมุนไพร อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา เมื่อไปหาหมอ หมอก็จะให้ใบสั่งยา แล้วก็ไปที่ร้านจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ ก็จะได้ดอกกัญชาแห้ง แล้วคนไข้นำไปปรุงเอง โดยจะใช้วิธีสูบ หรือ สกัด หรือ ผสม กัญชาที่นำมาใช้กับแต่ละคน การตอบสนองไม่เท่ากัน จะต้องเริ่มใช้ทีละน้อย จนถึงระดับที่ใช้ได้ผล ซึ่งส่วนใหญ่ได้ผล มีการวิจัยออกมาแล้ว กัญชาปลอดภัยมาก ปลอดภัยกว่าเหล้า บุหรี่ ขณะนี้แพทย์ในสหรัฐอเมริกาออกมายืนยันแล้วว่า กัญชาไม่ทำให้เสพติด ปัจจุบัน ใช้กัญชาเพื่อรักษาอาการเสพติดจากเฮโรอีน มอร์ฟีน ฝิ่น ซึ่งใช้ได้ผลดี ผลการวิจัยเกือบ 100 ชิ้น ระบุตรงกันว่า กัญชาสามารถรักษามะเร็งได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย มะเร็งที่ร้ายแรงที่ต้องใช้วิธีฉายแสงยังเอาไม่อยู่ แต่กัญชาเอาอยู่ อย่าลืมว่า กัญชามีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์์มีสารออกฤทธิ์จำนวนไม่เท่ากัน งานวิจัยจะบอกได้ว่า กัญชาตัวไหน พันธุ์ไหน เหมาะกับการรักษามะเร็งชนิดไหน การที่จะใช้กัญชารักษามะเร็ง จะต้องใช้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งระยะ 1-3 จะได้ผลดี หากเป็นระยะ 4 ยาชนิดไหนก็ไม่ได้ผล รวมถึงกัญชาด้วย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า สมุนไพรหลายตัวก็มีผลรักษาได้เช่นกัน ไม่ใช่มีแต่กัญชาชนิดเดียว มะเร็งในมนุษย์มีปัจจัยอื่นๆ มากกว่าในสัตว์ ก็ต้องทำงานวิจัยให้ชัดเจน ไม่ใช่แต่วิจัยกัญชาแต่เพียงอย่างเดียว ถือว่า เป็นการวิจัยเพียงด้านเดียว นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ ทั่วโลกไม่ยอมรับ แต่จะเป็นการยอมรับเฉพาะในกลุ่มของตัวเอง อย่างนี้จะเป็นการสร้างความสับสนได้ กว่าจะได้ยารักษาแต่ละตัวนั้น ผ่านกระบวนการเยอะ หรือการรักษาที่ได้มาตรฐาน นั้น มีการวิจัย มีการศึกษา มีผลยืนยันแล้วว่า นำมาใช้รักษาดีกว่าตัวอื่น

วันพุธที่ 27 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: