Home > ข่าวการศึกษา > อธิการฯม.รังสิตลั่น!เอาผิดแพ่ง-อาญาโกงสอบหมอ

อธิการฯม.รังสิตลั่น!เอาผิดแพ่ง-อาญาโกงสอบหมอ

May 9, 2016

bbjedbjb7b8adc5ageae8.jpg

9 พ.ค.59 เมื่อเวลา 12.50 น. ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต แถลงถึงความคืบหน้ากรณีพบการทุจริตสอบเข้าเรียนคณะแพทย์ ม.รังสิต ว่า ตนได้รับรายงานว่ามีการทุจริตสอบ โดยพบพิรุธบุคคลคนหนึ่งออกจากห้องสอบก่อนเวลา และพบว่าสวมแว่นตาแปลกๆ ก้านสีดำขนาดใหญ่ ผู้ควบคุมสอบจึงขอดูจึงเห็นว่ามีกล้อง และเมื่อลองนำไปเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ ก็เห็นชัดเจนว่าเป็นข้อสอบ ซึ่งส่งข้อมูลที่เป็นข้อสอบออกไปยังศูนย์บัญชาการการที่ถูกตั้งขึ้นอย่างเรียลไทม์ เมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้วจึงส่งคำตอบกลับมายังนาฬิกาสมาร์ทวอช ของผู้เข้าสอบ 3 คนที่ถูกจับได้ และเมื่อนำนาฬิกาดังกล่าวมาตรวจสอบก็พบว่าเป็นข้อสอบ ที่รอรับคำตอบจากข้างนอก ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าทั้ง 3 คนนี้ มาจากสถาบันกวดวิชาแห่งเดียวกันหรือไม่ มีเพียงรายเดียวที่ทราบว่ามาจากสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่ง

นายอาทิตย์ กล่าวว่า เราได้แจ้งความกับตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิตกับผู้ทุจริตสอบไปแล้ว ฐานทุจริตข้อสอบโดยทำเป็นขบวนการ อยู่ระหว่างการสืบสวนว่าต้นตอใครเป็นคนทำ ทำกันในวงการกว้างขวางแค่ไหน ซึ่งผู้ที่ทุจริตสอบรายหนึ่งได้เปิดเผยแล้วว่า มาจากสถาบันกวดวิชาแห่งใด แต่ตนจำชื่อไม่ได้ เราไม่ชอบสถาบันกวดวิชาที่โฆษณาว่าถ้ามากวดวิชากับสถาบันรับรองว่าได้แน่ ไม่ได้จะคืนเงิน อย่างไรก็ตาม หากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงสถาบันกวดวิชาใด ก็น่าจะมีความผิด ซึ่งจะดำเนินทั้งคดีทางแพ่งและอาญา แต่ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายด้วยว่า กฎหมายเอาผิดได้หรือไม่ และเมื่อสอบสวนได้ความอย่างไร เราก็จะดำเนินการต่อไปทั้งหมด

“เราไม่สนับสนุนเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว เป็นวิธีการหากินของกลุ่มคนอย่างไม่ชอบ ไม่ถูกต้อง ฉะนั้น การดำเนินการจัดสอบครั้งต่อไปก็ยิ่งต้องเข้มงวดขึ้น ก่อนหน้านี้ทางมหาวิทยาลัยฯ ไม่ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนเข้าห้องสอบ เพียงแต่ห้ามนำโทรศัพท์มือถือ แต่แว่นตามันเป็นอุปกรณ์ธรรมดา จึงไม่ได้ระวังตรงนั้น ต่อไปต้องเข้มงวดอย่างที่สุด จะให้นำเฉพาะดินสอ 2บี เข้าสอบได้เท่านั้น ปากกาก็ห้ามนำเข้าสอบ เพราะปากกาสามารถดัดแปลงเป็นอะไรได้หลายอย่าง รวมถึงห้ามนำสิ่งของอื่นๆเท่าที่จะทำได้เข้าห้องสอบ ทั้ง สายสร้อย แว่นตา ปากกา โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา ที่ผ่านมาเราก็พยายามจับตาเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ผู้เข้าสอบครั้งนี้มีจำนวนมากราว 3พันคน เราก็พยายามดู ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องดูตรงแว่นตา นาฬิกา แล้วที่เห็นก่อนก็ตรงแว่นตา ที่มีความหนา และที่ยิ่งชัดก็คือมีกล้อง เมื่อเอาไปเช็ดก็ปรากฏว่าชัดเจน” นายอาทิตย์ กล่าว

นายอาทิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าเหมือนมีการทำสัญญาไว้ว่า ผู้เข้าสอบต้องเสียค่าใช้จ่าย 5 หมื่นบาท ถึงจะได้นาฬิกาแบบดังกล่าวมา และเมื่อสอบได้ ให้เอานาฬิกาไปคืนพร้อมกับจ่ายเงิน 8 แสนบาท ซึ่งตนไม่ทราบว่าตัวเลขจำนวนนี้รวมกับค่ากวดวิชาด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต้องให้ทางตำรวจดำเนินการสอบสวนให้ชัดเจนก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีผู้เข้าสอบประมาณ 3 พันคน แต่พบการทุจริต 3 คน จะมีแนวทางเยียวยาผู้เข้าสอบที่เหลืออย่างไร นายอาทิตย์ กล่าวว่า เราคิดว่าการสอบครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้ามีใครลงทุนทำอย่างนี้ไม่ใช่แค่ 3 คน แล้วเราจับไม่ได้ ก็น่าจะมีมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นคงไม่คุ้มค่าที่ทำอย่างนี้ เมื่อเราคิดว่ามีมากกว่านี้ จึงปล่อยให้การสอบนี้ออกไปไม่ได้ มันไม่ยุติธรรม ขณะนี้กำลังพิจารณาวันสอบใหม่ ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 31 พ.ค.-1 มิ.ย.นี้ แต่มีผู้ปกครองร้องขอให้วันสอบตรงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 4-5 มิ.ย.นี้ เพราะติดภารกิจต่างๆนานา ก็กำลังดูอยู่ว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม จะจัดสอบใหม่ให้ทันเปิดเทอมที่จะถึงนี้ โดยการสอบครั้งต่อไป ผู้ที่เคยเข้าสอบไม่จำเป็นต้องเสียเงินสมัครใหม่

นายอาทิตย์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วการทุจริตทำนองนี้เราเคยจับได้เมื่อปีที่ผ่านมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนั้นไม่มีอุปกรณ์ถึงขนาดนี้ ถึงขนาดว่าเข้ามาสอบแล้วมีพฤติกรรมเอาข้อสอบออกไป เราก็ไม่ให้มาสอบอีก ทีแรกก็คิดว่าเพียงแต่เอาข้อสอบออกไปเพื่อติวสอบในปีต่อไป ก็ยังไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ แต่นี่เป็นกระบวนการที่ทำในคราวนี้เลย ส่งผลสอบให้คนเข้าสอบปีนี้เลย

“3 คนที่ทุจริตสอบ ทางมหาวิทยาลัยฯ ขึ้นแบล็คลิสต์ไว้แน่นอน ไม่ให้เข้า ส่วนจะไปมหาวิทยาลัยอื่นได้หรือไม่ ไม่ทราบ และคงไม่ฝากอะไรถึงรัฐบาลและคสช.ให้ช่วยแก้ปัญหา เพียงแต่อยากให้เป็นที่รู้กันว่า มันมีกระบวนการอย่างนี้เกิดขึ้นแล้ว จึงต้องระวัง โดยเฉพาะสาขาแพทย์ที่คนอยากเข้าเยอะ แต่รับได้น้อย ก็ใช้วิธีการอย่างนี้กันแล้ว และที่ตัดสินใจทำอย่างนี้ มันอาจเสียชื่อมหาวิทยาลัย แต่เราคิดว่ายอมจะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาไม่ได้ ถึงเปิดเผยเหตุการณ์นี้ออกมา” นายอาทิตย์ กล่าว

เมื่อถามว่า การสอบครั้งใหม่ต้องเปลี่ยนกระบวนการออกข้อสอบทั้งหมดใหม่หรือไม่ นายอาทิตย์ กล่าวว่า ข้อสอบต้องเปลี่ยนใหม่ แต่กระบวนการคงไม่เปลี่ยนไป ไม่เช่นนั้นถ้าใช้เป็นข้อสอบอัตนัย การตรวจข้อสอบจะทำได้ยากลำบาก

เมื่อถามว่า จากกระบวนการทุจริตสอบครั้งนี้ จะมีคนในมหาวิทยาลัยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายอาทิตย์ กล่าวว่า “ไม่มีแน่นอนครับ รับรองได้ไม่มี ถ้ามีก็ไล่ออก ดำเนินคดี ถ้ามันมีเทคโนโลยีแบบนี้ มันไม่ต้องมีคนในสถาบัน คนนอกมันทำได้ แล้วเราก็รู้แล้วว่าคนนอกเป็นใครบ้าง ก็เป็นนักศึกษาอีกสถาบันรับจ้างได้เงิน 7 พันบาท ไม่อยากบอกชื่อสถาบันเขา ว่าไม่มีตังค์ รับจ้างมาเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรใส่แว่นเข้าไป แล้วก็ได้ข้อมูล แล้วมีทีมงานอยู่ข้างนอก ตอบข้อสอบเข้านาฬิกาของคนที่ร่วมด้วย3คน กับอีก2คนคือคนใส่แว่นที่รับจ้างเข้ามาดูข้อสอบ เราก็รวบไว้หมดเป็น 5 คน ซึ่ง 2 คนที่ใส่แว่นนี้ได้สมัครสอบเข้ามา แต่ไม่ใช่สายวิทยาศาสตร์ ไม่รู้เรื่องเลย”

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: