Home > ข่าวการศึกษา > การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

June 29, 2016

รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

The Educational Administrative Model for Increasing Learning Achievement through Instructional by Intranet system Electronic Instructional Media

ชื่อผู้วิจัย/ตำแหน่ง

ธีรพงษ์ สารแสน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

บทนำ

การศึกษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีค่าที่สุด ในการพัฒนาทุกๆ ด้าน เนื่องจากมนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้ สามารถพัฒนาให้บรรลุสิ่งที่ต้องการได้ การจัดการศึกษาที่ดีจึงควรเป็นการสร้างการเรียนรู้ให้สามารถพัฒนามนุษย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ (ประเวศ วะสี, 2552, หน้า 6) ดังนั้นคุณภาพของประชากรและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติจึงขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษา ทั้งยังมีความสำคัญต่อการดำเนินการเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆตามแนวโน้มของสังคมยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึง เช่น โครงสร้างประชากรที่มีแนวโน้มว่าวัยเด็กและวัยแรงงานลดลง ประชากรวัยสูงอายุเพิ่มขึ้น การเพิ่มจำนวนของประชากรในเมืองเนื่องจากการย้ายถิ่นเข้า ในเมืองมากขึ้น การได้รับการพัฒนาศักยภาพทุกช่วงวัยแต่ยังมีปัญหาด้านสติปัญญา คุณภาพการศึกษาและ มีพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ ปัญหาสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเนื่องจากขาดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแพร่ระบาดของยาเสพติด และการเพิ่มขึ้นของการพนัน สังคมเผชิญวิกฤตความเสื่อมถอยด้านคุณธรรม จริยธรรม มีการเปลี่ยนแปลง ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมีแนวโน้มเป็นสังคมปัจเจกมากขึ้น อิทธิพลของสื่อที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชน แต่สื่อยังมีบทบาทในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพประชาชนค่อนข้างน้อย รวมถึงบริบทด้านการเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกที่ก่อให้เกิดความร่วมมือกันในระดับภูมิภาค ระดับทวีป นำมาซึ่งการไหลบ่าเข้ามาของเทคโนโลยี วัฒนธรรม อันมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนในประเทศ เช่น การร่วมมือในประชาคมอาเซียน เป็นต้น (กระทรวงศึกษาธิการ, 2555, หน้า 1-3) การบริหารจัดการการศึกษาที่มีประสิทธิภาพย่อมช่วยให้ประชากรในประเทศสามารถรับมือและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงตามแนวโน้มดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม

การบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพจำเป็นต้องใช้สื่อเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินการ โดยเฉพาะการบริหารจัดการทางการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน หรือการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เนื่องจาก สื่อเทคโนโลยีที่ดีย่อมเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงถ่ายโอน รวมทั้งเชื่อมโยงเนื้อหาสาระสำคัญและองค์ประกอบอื่นๆในหลักสูตรที่เป็นเอกสารให้ง่ายต่อการนำไปใช้ คือ สามารถแก้ไขปัญหาด้านการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติได้ ทั้งนี้เนื่องจากที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ให้เป็น หลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบ ทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา คุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถ ในการแข่งขันในเวทีระดับโลก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2544, หน้า, 24.) แต่จากการติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ที่เป็นตัวกำหนดกรอบของหลักสูตรสถานศึกษา พบว่า มีหลายประเด็นที่เป็นข้อจำกัดในการนำไปใช้จัดการเรียนการสอน เช่น มีความไม่ชัดเจนของหลักสูตรหลายประการทั้งในส่วนของเอกสารหลักสูตร กระบวนการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ และผลผลิตที่เกิดจากการใช้หลักสูตร เช่นความสับสนของผู้ปฏิบัติในระดับสถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การกำหนดสาระและผลการเรียนรู้ ที่คาดหวังไว้มากเกินไป การวัดและประเมินผลไม่สอดคล้องและสะท้อนถึงมาตรฐานของการศึกษา รวมทั้งปัญหาคุณภาพของผู้เรียนในด้านความรู้ ทักษะ ความสามารถและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2548, หน้า 12 ) การบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจึงมีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการโดยใช้ระบบอินทราเน็ตในการเสริมสร้างการเรียนรู้ของนักเรียน เนื่องจาก อินทราเน็ตเป็นระบบบริการข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเปิดบริการคล้ายกับอินเทอร์เน็ต เพียงแต่อนุญาตให้เข้าถึงได้เฉพาะคนในองค์กรเท่านั้น จึงเปรียบเสมือนระบบอินเทอร์เน็ตในองค์กร การใช้งานอินทราเน็ต ก็คือ การใช้งานของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตโดยจำกัดขอบเขตการใช้งานอยู่เฉพาะภายในเครือข่ายของหน่วยงานหรือภายในโรงเรียน โดยสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานอินทราเน็ตสามารถใช้ทั้งอินทราเน็ตและอินเตอร์เน็ตไปพร้อมๆ กันได้ ผู้บริหารสามารถจัดเตรียมข้อมูลและสารสนเทศภายในหน่วยงาน ด้วยการจัดเตรียมคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องแม่ข่ายที่ให้บริการข้อมูลในรูปแบบเดียวกับที่ใช้งานในอินเตอร์เน็ต และขยายเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปถึงครูผู้สอนหรือบุคลากรทุกคน ให้สามารถ เรียกค้นข้อมูลและสื่อสารถึงกันได้ รูปแบบสำคัญที่มีในอินทราเน็ต คือ การใช้ระบบเป็นศูนย์บริการข้อมูลและข่าวสารภายใน สามารถให้ข้อมูลได้ทั้งข้อความ เสียง ภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อน ไหวและเป็นเครื่องมือที่ง่ายต่อการใช้งาน โดยได้ผนวกบริการข้อมูลอื่นรวมไว้ในตัวเช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การถ่ายโอนย้ายแฟ้มข้อมูล หรือกระดานข่าว อินทราเน็ตจะช่วยปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเอกสารจากเดิมใช้วิธีทำสำเนาแจกจ่าย ไม่ว่าจะเป็นข่าว ประกาศ รายงาน สมุดโทรศัพท์ภายใน ข้อมูลบุคลากร มาจัดทำให้อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ แทน ผู้ใช้สามารถเรียกค้น ข้อมูลข่าวสารได้เมื่อต้องการ การประยุกต์ใช้อินทราเน็ตในหน่วยงานถือเป็นการปฏิรูปในองค์กรและก่อให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการและขั้นตอนการทำงานทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ช่วยให้การดำเนินงานเป็น ไปได้อย่างคล่องตัว และลดค่าใช้จ่ายลงได้อย่างมาก หากมีการวางแผนงานและเทคโนโลยีที่เหมาะสมก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรให้สูงขึ้น ซึ่งหากนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนก็จะสามารถเสริมสร้างการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้เป็นอย่างดี

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งส่งเสริมประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษา ขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง ผู้เรียนทุกคนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนในสังกัดทั้งสิ้นจำนวน 212 โรงเรียน จากผลการประเมินคุณภาพนักเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คะแนนเฉลี่ยรวม 51.96 คะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คะแนนเฉลี่ยรวม 38.84 คะแนน ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คะแนนเฉลี่ยรวม 29.25 คะแนน สถานศึกษาในสังกัดได้รับการประเมินภายนอกรอบสาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 จาก สมศ. จำนวน 64 แห่ง และได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สมศ. คิดเป็นร้อยละ 100 โดยจากการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถสรุปปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญได้ ดังนี้ 1) โรงเรียนขนาดเล็กขาดปัจจัยในการบริหารจัดการได้แก่ด้านอาคารสถานที่ด้านบุคลากรด้านสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยและด้านงบประมาณ 2) โรงเรียนหลายแห่งในมีครูไม่ครบชั้นและสอนไม่ตรงตามสาขาวิชาเอก 3) การติดต่อประสานงานไม่ทั่วถึงเนื่องจากสภาพพื้นที่ 4) โรงเรียนบางแห่งประสบปัญหาด้านการใช้หลักสูตรในการจัดการศึกษา 5) ครูบางส่วนยังไม่ปรับพฤติกรรมการสอนและการแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองและ 6) ผู้บริหารสถานศึกษาบางส่วนขาดความตระหนักในการบริหารจัดการศึกษา และ 7) ประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบางโรงเรียนไม่สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ, 2559 หน้า 1-10)

จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา บุคลากรและผู้เรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จึงมีแนวคิดในการสร้างรูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ประกอบสื่ออินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ เพื่อให้พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการอันจะส่งผลให้เกิดคุณภาพของการศึกษาต่อไป วัตถุประสงค์

การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ผู้วิจัยได้กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัยไว้ดังนี้

1. เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานของการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

2. เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

3. เพื่อทดลองใช้และประเมินรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

4. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ วิธีดำเนินการ

ผู้วิจัยดำเนินการรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ โดยมีขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ดังนี้

ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ขั้นที่ 1.1 ศึกษาทฤษฎี หลักการ แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต

ขั้นที่ 1.2 ศึกษาสภาพที่เป็นจริง ความคาดหวัง และความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ขั้นที่ 1.3 สัมภาษณ์เชิงลึก (In – depth Interview) ผู้บริหารโรงเรียน ครูวิชาการ และครูผู้สอนสาระหลักในโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการศึกษา

ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ขั้นที่ 2.1 ยกร่างรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ โดยดำเนินการดังนี้

ขั้นที่ 2.2 ตรวจสอบรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ขั้นที่ 2.3 รสร้างคู่มือการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ระยะที่ 3 การทดลองใช้และประเมินรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ขั้นที่ 3.1 การประเมินระดับการปฏิบัติตามในการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ขั้นที่ 3.2 การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน หลังการใช้รูปแบบ

การบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ขั้นที่ 3.3 การประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ระยะที่ 4 การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ สรุปและอภิปรายผล

1. องค์ประกอบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) องค์ประกอบด้านปัจจัยนำเข้า 2) องค์ประกอบด้านกระบวนการ และ 3) องค์ประกอบด้านผลผลิต

2. รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ มี 3 องค์ประกอบหลัก 12 องค์ประกอบย่อย 31 ตัวชี้วัด และมีกิจกรรมสนองตัวชี้วัดรวมทั้งสิ้นจำนวน 65 กิจกรรม ผลการประเมินคู่มือประกอบการใช้รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด

3. การทดลองใช้และประเมินรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา บึงกาฬ พบว่า

3.1 การประเมินระดับการปฏิบัติในการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ อยู่ในระดับมาก

3.2 โรงเรียนที่เป็นหน่วยทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา 2558 สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีการศึกษา 2557

3.3 ความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ อยู่ในระดับมาก

4. รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ที่พัฒนาและปรับปรุงแล้วสามารถนำไปใช้ขยายผลกับพื้นที่อื่นที่มีบริบทใกล้เคียงได้ ข้อเสนอแนะ

1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้

1.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรมีการกำหนดนโยบายในการนำรูปแบบ

การบริหารจัดการศึกษาโดยการจัดการเรียนรู้ที่ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด

1.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ควรนำรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ไปใช้แก้ปัญหาในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนในสังกัด และควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณสำหรับการนำรูปแบบไปใช้ด้วย

2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป

2.1 เนื่องจากการวิจัยครั้งนี้ เป็นการสร้างรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ดังนั้น จึงควรมีการศึกษาในแต่ละองค์ประกอบหลักอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นที่ยอมรับว่าองค์ประกอบนั้น ๆ จะส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนอย่างแท้จริง แล้วนำข้อมูลที่ได้มาเทียบเคียงหรือปรับปรุงรูปแบบให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

2.2 ควรมีวิจัยต่อยอดเกี่ยวกับการพัฒนาตัวบ่งชี้เพื่อความเป็นเลิศในการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่ใช้รูปแบบการบริหารจัดการศึกษา และใช้เป็นเกณฑ์หรือมาตรฐานการประเมินคุณภาพการบริหารจัดการโรงเรียนต่อไป

2.3 ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพเป็นกรณีศึกษาถึงปัจจัยที่ได้รับการเสนอแนะว่า

เป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เช่น สื่ออื่นๆที่มีผลการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสนใจของผู้เรียนต่อการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินทราเน็ต ความถนัดหรือความสนใจของครูหรือโรงเรียนต่อการพัฒนาระบบอินทราเน็ต ตลอดจนปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรม

ประเวศ วะสี. (๒๕๕๒) สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ปฏิรูปทางปัญญา พาชาติออกจากวิกฤติ. กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.)

วิชัย วงษ์ใหญ่ วารสารเพื่อการศึกษา และการเรียนรู้บนโลกออนไลน์ https://nawaporn.wordpress.com/บทความทางการศึกษา/

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (๒๕๕๑) รายงานการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : เพลินสตูดิโอ

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (๒๕๕๗) การติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาตามนโยบายรัฐบาลปี ๒๕๕๖ กรุงเทพฯ : เพลินสตูดิโอ วารสารการศึกษาไทย สิงหาคม ๒๕๕๗ ปีที่ ๑๑ ฉบับที่ ๑๑๖

หนังสือพิมพ์ คมชัด ลึก ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ออนไลน์http://www.komchadluek.net/detail/20150323/203437.html ‹ ประกาศสอบราคาซื้อ สื่อ ครุภัณฑ์ ตามโครงการจัดหาสื่อ ครุภัณฑ์เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ จำนวน 3 รายการ ประจำปีงบประมาณ ชื่อเรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ GPAS เรื่องพลังงานนิวเคลียร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (ส ›

อาทิตย์, 26 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements
%d bloggers like this: