การประกวดออกแบบชุดประจำจังหวัดจันทบุรี ระยอง และ ตราด เข้าร่วมประกวดเวที Miss Grand Thailand ๒๐๑๗

February 7, 2017 Leave a comment

ขอเชิญเยาวชนและประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมประกวดออกแบบชุดประจำชาติ ภายใต้แนวคิด “ทะเลภาคตะวันออก ผลไม้ท้องถิ่น อัญมณี” เพื่อค้นหาชุดประจำจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด เข้าร่วมประกวดเวที Miss Grand Thailand 2017 ช่วงเวลาที่เปิดรับผลงาน : วันนี้ – 4 มีนาคม 2560 ช่องทางการส่งผลงานเข้าประกวด : E-mail: missgrandOriental_thailand@hotmail.com ดาวน์โหลดใบสมัคร : คลิกที่นี่ อ่านรายละเอียดการประกวด : คลิกที่นี่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

ความร่วมมือการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

January 31, 2017 Leave a comment

page.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเพื่อผลิตและพัฒนากำลังด้านอาชีวศึกษา ระหว่างวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีกับสถานประกอบการ 32 แห่ง โดยมีสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 แห่ง ณ ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่าการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษา ที่เป็นรูปธรรม ในทางปฏิบัติได้อย่างชัดเจน โดยระบบทวิภาคีจะช่วยสร้างค่านิยมที่ดีต่อการเรียนอาชีวศึกษา ผู้เรียนและผู้ปกครองมีความภาคภูมิใจกับความสำเร็จของนักเรียน นักศึกษา ที่มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ ชีวิตมีความมั่นคง หลังจากที่ได้สำเร็จการศึกษาจากอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 30 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

“ชาติพัฒนา ด้วยครูดี มีคุณภาพ ศิษย์ซาบซึ้ง ในพระคุณครู”

January 17, 2017 Leave a comment

%E0%B8%9B%E0%B8%812.jpg

(16 มกราคม 2560) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานวันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ. 2560 ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ โดยการจัดงานวันครูครั้งนี้เป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “พระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์แห่งแผ่นดิน” ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริม ยกย่อง เชิดชูเกียรติครูและพัฒนาวิชาชีพครู

นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร “วันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ. 2560 ” โดยมี ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดเข้าร่วมพิธีในช่วงเช้า ณ บริเวณสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ

จากนั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าคารวะครูอาวุโสของนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 ท่าน คือ พล.ต.หญิง ศรีสมร ทังสุบุตร สอนวิชาภาษาอังกฤษชั้นปีที่ 5 และ พล.ต.หญิง อรพินท์ เพชรพลอย สอนวิชาประวัติศาสตร์ยุโรป ชั้นปีที่ 3 และวิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกไกล ชั้นปีที่ 4 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า พร้อมทั้งได้ให้โอวาทและมอบรางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ จำนวน 6 ราย ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และรางวัลคุรุสภา 27 ราย โดยรางวัลคุรุสภา ประเภทผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ นายชาติชาย เกตุพรหม ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด ณ หอประชุมคุรุสภา

ในภาคบ่าย นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง เข้าคาราวะครู โดยดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คารวะ นายจิระชัย แววพหูสูต ซึ่งเป็นครูสอนในระดับประถมศึกษา จากนั้น รมว.ศธ. ได้มอบรางวัลยกย่อง เชิดชูเกียรติแก่ครู โดยมีสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษารับรางวัล “คุรุคุณธรรม” เข็มเงิน ได้แก่ นายพงศ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี เข็มทองแดง ได้แก่ ว่าที่ร.ท.นิคม เหลี่ยมจุ้ย ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี และนายสุคนธ์ แก้วแท้ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต / รางวัล “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม ประจำปี 2559” เหรียญทอง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฏร์ธานี และวิทยาลัยเทคนิคลำพูน เหรียญเงิน ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี เหรียญทองแดง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ และวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ณ หอประชุมคุรุสภา

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 16 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ศธ.นำเด็กและเยาวชนดีเด่นฯ เข้าพบนายกรัฐมนตรี

January 13, 2017 Leave a comment

page.jpg

เมื่อวันพุธที่ 11 มกราคม 2560 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ จำนวน 781 คน เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.ท. โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นเกียรติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า เด็ก เยาวชน และลูกหลานทุกคน คือผู้ขับเคลื่อนประเทศไทย และคำขวัญที่ได้มอบให้เด็กและเยาวชน “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” ก็เพื่อให้ทุกคนได้คำนึงถึงประเทศชาติด้วย โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการในฐานะทำหน้าที่ผลิตและจัดการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ตลอดจนระดับอุดมศึกษา และการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งตามยุทธศาสตร์ในช่วงปี 2559-2560 เป็นระยะของการเตรียมการเปรียบเสมือนการหว่านพืชหวังผลเก็บเกี่ยว ก็คือการสร้างเด็กและเยาวชนที่มีความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติเพื่อขับเคลื่อนประเทศในปี 2561 ตามแผนแม่บทของรัฐบาลต่อไป ในส่วนของเด็กและเยาวชน ขอให้ช่วยคิดในชั้นเรียน คิดอย่างเป็นระบบ และมีกระบวนการคิดในระยะยาวเพื่อพัฒนาตนเองในการเรียนรู้ในสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีที่วันหนึ่ง ๆ คิดเป็นร้อยเรื่องเพราะปัญหาประเทศมีจำนวนมาก และต้องบริหารประเทศอย่างไรเพื่อให้คนไทยกว่า 70 ล้านคนอยู่อย่างมีความสุข นอกจากนี้ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีจากการอ่านหนังสือ จึงขอฝากให้เด็ก ๆ แบ่งเวลาเพื่ออ่านหนังสือให้มากขึ้น เพราะจะทำให้เกิดกระบวนการคิดอย่างต่อเนื่อง และเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีกว่าการอ่านจากสื่ออินเทอร์เน็ตหรือ Youtube ซึ่งสื่อสารข้อความสั้น ๆ เพียง 3-4 บรรทัด ไม่ช่วยสื่อถึงความเป็นมาเป็นไปในเรื่องนั้น ๆ ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี ควรใช้ประโยชน์ในการค้นหาความรู้และถ่ายทอดความรู้สู่คนในครอบครัว ไม่ควรใช้เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว และไม่ควรจะเชื่อทุกเรื่องที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ควรต้องวิเคราะห์ก่อนที่จะเชื่อเรื่องใด ส่วนในเรื่องของภาษาอังกฤษ ควรปรับการเรียนการสอนโดยเน้นฝึกพูดประโยคสนทนาที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น และเด็ก ๆ ไม่ต้องอายที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติ เพราะเขาพยายามที่จะเข้าใจเราอยู่แล้ว โดยส่วนตัว เชื่อมั่นว่าการศึกษาของไทยไม่ได้ล้มเหลว และแม้ที่ผ่านมาจะเปลี่ยนรัฐมนตรีมาหลายคนก็ไม่กระทบมาก เพราะทุกอย่างอยู่ที่การบริหารจัดการ แผนงาน และเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งย้ำตลอดว่าให้สอนเด็กให้มีความรู้คู่คุณธรรม และผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ เช่น ผลิตคนโดยดูความต้องการของตลาดเป็นที่ตั้ง ประสานและหาข้อมูลความต้องการจากกระทรวงแรงงาน เพื่อผลิตให้เพียงพอและตรงกับสาขาที่ขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัยเพื่อรองรับการขับเคลื่อน Thailand 4.0, วิศวกรด้านต่าง ๆ รองรับการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ของประเทศ เป็นต้น ในส่วนของครูผู้สอน การอบรมครูที่ดำเนินการขณะนี้ อาจยังไม่ทันการณ์ ขอให้หาแนวทางปรับวิธีสอนของครูให้ดีขึ้น หรือนำครูที่มีชื่อเสียงมาสอนผ่านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการต้องพัฒนาขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนกับครูที่เก่งเหมือน ๆ กัน นอกจากนี้ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มข้อสอบเป็นคะแนนเสริมใน 2 ส่วน คือ 1) ข้อสอบเชิงคุณธรรมจริยธรรม 2) ข้อสอบเขียนประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วย ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวฝากให้ผู้ที่ได้รับรางวัลมีความภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนและประเทศชาติ พร้อมทั้งช่วยกันทำให้การศึกษาไทยดีขึ้นด้วยตัวของเราเองด้วย จากนั้น รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบโล่รางวัลให้แก่เด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกจากทุกสังกัดทั่วประเทศ จำนวน 781 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) เด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 552 คน ซึ่งคัดเลือกจากความประพฤติดี เรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์ ขยัน ประหยัด กตัญญูช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง และอุทิศตนเพื่อส่วน 2) เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 229 คน แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ 93 คน, ด้านศิลปะและดนตรี 50 คน, ด้านคุณธรรมจริยธรรม 23 คน, ด้านกีฬาและนันทนาการ 43 คน และด้านทักษะฝีมือ วิชาชีพ 20 คน

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวให้โอวาทมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การจัดงานวันเด็กและการนำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้กระทำความดีในด้านต่างๆ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชนในอนาคต และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนเอง ตลอดจนปลูกฝังให้มีส่วนร่วมในสังคม เป็นกำลังสำคัญของชาติ ตามคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2560 ที่ว่า “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” กระทรวงศึกษาธิการ ได้พยายามที่จะขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยในส่วนของการศึกษามีความเกี่ยวข้องใน 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งจะขออธิบายสรุปอย่างง่าย คือ 1) ด้านความมั่นคง ที่จะต้องส่งเสริมและสอนให้นักเรียนรู้ความเป็นมาของตนเอง รู้ประวัติศาสตร์ของชาติไทย สนับสนุนและช่วยเหลือการศึกษาในพื้นที่ชายขอบและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความพร้อมทุกด้านมากขึ้น 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างศักยภาพเด็กไทยในเวทีนานาชาติ เช่น การเพิ่มทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษางานวิจัย การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต การค้าขายกับต่างชาติ, การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์, การยกระดับอาชีวศึกษาให้เป็นมืออาชีพ เป็นต้น 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ คือการทำให้เด็กเก่ง โดยเริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา ที่จะต้องให้ได้เรียนกับครูที่ดีและเก่ง เพื่อหวังให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามเป้าหมายและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ขณะนี้ยังมีเด็กอีกกว่า 7 ล้านคน ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เป็นเด็กยากจน และไม่ได้มีโอกาสเท่ากับทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายพัฒนาโรงเรียนเหล่านี้ ที่เปรียบเสมือนโรงเรียน ICU กว่า 10,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้มีห้องเรียนที่เพียงพอ มีครูครบชั้น มีโรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบครัน 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม การดำเนินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ แน่นอนว่ายุทธศาสตร์ข้างต้นทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการปรับปรุงการทำงานของภาครัฐไปพร้อมกันด้วย และย้ำว่าต้องการให้เด็กทุกคนมีความฝัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อนำพาเด็กไปสู่ความฝันให้ได้ ดังเช่นคำที่นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ว่า “Education Pass” ที่จะทำให้การศึกษานำพาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลด้วย นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบจากรัฐบาลให้เร่งดำเนินการให้เด็กมีโอกาสได้เรียนกับครูที่เก่ง ๆ ครูที่ดี ๆ อย่างเท่าเทียมกันทั่วประเทศ จึงเตรียมการที่จะเชิญครูในสังกัดและครูจากภายนอกที่เก่งในแต่ละสาขาวิชามาช่วยสอน เช่น ครูพี่แนน ครูอุ๊ ครูสมศรี ครูลิลลี่ เป็นต้น โดยจะจัดทำในรูปแบบคลิปวีดิทัศน์เผยแพร่ในคลังความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการและทางสื่ออินเทอร์เน็ต ตลอดจนผลิตเป็นซีดีสื่อการสอนส่งให้กับโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนห่างไกลให้ได้เรียนรู้กับครูเก่งอย่างทั่วถึงมากขึ้น สิ่งสุดท้ายที่ต้องการฝากไว้กับเด็กและเยาวชนคือ ขอให้อ่านหนังสือให้มาก ๆ เพราะนักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง ๆ หรือคนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อ่านมาก ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังทำให้ได้เรียนรู้ว่าบรรพบุรุษได้คิดและสร้างอะไรไว้แล้วบ้าง แต่ก็ขอให้อ่านให้ถูก ไม่ควรอ่านเฉพาะข้อความสั้น ๆ ที่ส่งต่อมาทางไลน์หรือทางสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น เพราะสื่อเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เราเรียนรู้ได้ดีเท่ากับการอ่านหนังสือ สิ่งสำคัญคือ ขอให้ทุกคนขยันและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ ดังคำที่ว่า “Work Hard Be Nice” Cr.ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 11 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะขอใจร่วมเชียร์นักศึกษาอาชีวะลุ้นแชมป์แกะสลักน้ำแข็งจากหิมะ สมัยที่ ๘ ที่ฮาร์บิน ประเทศจีน

December 27, 2016 Leave a comment

1.jpg

นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะส่งทีมนักศึกษาอาชีวศึกษาจำนวน 3 ทีม ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมการแข่งขันการแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะนานาชาติ ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 4 – 7 มกราคม 2560 ในงาน “The 9th International Collegiate Snow Sculpture Contest 2017” ที่เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำหรับโจทย์และกติกาการแข่งขันนั้นแต่ละประเทศสามารถนำเสนอได้อย่างอิสระ โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเตรียมรูปแบบโมเดลในการนำเสนอผลงานดังนี้ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา จะใช้ผลงาน “The Heart of Thailand” ซึ่งมีแนวคิดจากพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ที่ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของประชาชนไทยทั้งประเทศ และประดิษฐ์กังหันชัยพัฒนาเพื่อใช้ในงานเกษตรกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะนำเสนอผลงาน “Water-Fish-Paddy Field- Rice” ในน้ำมีปลาในนามีข้าว โดยมีแนวคิดหลักที่จะสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี จะนำเสนอผลงาน “Sufficiency Economy” เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปร่วมแข่งขันในครั้งนี้ จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ส่งทีมนักศึกษาอาชีวศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะนานาชาติ ที่เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 จนกระทั่งปี พ.ศ.2560 ปรากฏว่า นักศึกษาอาชีวะได้รับรางวัลชนะเลิศมาครอง 7 ปีติดต่อกัน การไปร่วมการแข่งขันครั้งนี้นับเป็นการไปรักษาแชมป์สมัยที่ 8 อย่างไรก็ตามอาชีพแกะสลักน้ำแข็งเป็นอาชีพที่มีรายได้ค่อนข้างสูง เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะฝีมือจริง ๆ และนี่คือที่มาของคำที่พูดว่า “อาชีวะ ฝีมือชน คนสร้างชาติ” ซึ่งถือว่าก่อนหน้านี้สอศ. ได้สนับสนุนให้ทุกวิทยาลัยส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ทำกิจกรรมในสาขาที่เรียนอยู่ให้มากขึ้นทุกสาขา และได้จัดกิจกรรมการแข่งขันทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ในรูปแบบองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) เพื่อเฟ้นหาตัวแทนนักศึกษาที่มีความสามารถสูงสุดเพื่อเข้าสู่เวทีการประกวดและแข่งขันในระดับนานาชาติ เพื่อให้ผู้ที่เรียนอาชีวศึกษาเป็นผู้ที่มีทักษะฝีมือ มีความสามารถ และมีมาตรฐานวิชาชีพ สามารถทำงานสร้างรายได้ให้ตัวเองและครอบครัวได้ทันที ไม่ต้องรอจนเรียนจบ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าว

/// กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. 26 ธันวาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รมว.ศธ.มอบนโยบายแก้ปัญหาโรงเรียน ICU ๓,๐๐๐ แห่ง

December 26, 2016 Leave a comment

page.jpg

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อรับมอบนโยบายไปสู่การปฏิบัติ วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2559 ณ โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ กรุงเทพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายในภาพรวมตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสอดคล้องกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 6 ข้อ เน้นให้สามารถเห็นผลได้ชัดเจน จับต้องได้ โดยเรื่องที่ต้องทำภายในปีนี้คือการเปิดโรงเรียน ICU ประมาณ 3,000 แห่ง จากโรงเรียนที่เข้าข่าย ICU ทั้งหมดกว่า 10,000 แห่ง

สำหรับการคัดเลือกโรงเรียน ICU นั้น ดูจากโรงเรียนที่มีปัญหาด้านต่างๆ เช่น ครูไม่พอ การบริหารจัดการ ผลสัมฤทธิ์ ยาเสพติด เป็นต้น โดยให้ครูในโรงเรียน คนในชุมชน ร่วมกันวินิจฉัยสาเหตุแห่งปัญหา จากนั้นจึงร่วมมือกันวางแผนแก้ไขปัญหา หากขาดเหลือด้านใด กระทรวงศึกษาธิการยินดีจะช่วยเหลือเพื่อให้โรงเรียนพัฒนาจนสามารถออกจาก ICU ได้ ในส่วนของผู้อำนวยการโรงเรียนที่สามารถพาโรงเรียนออกจาก ICU ได้นั้น จะมีการพิจารณาหลักเกณฑ์การเลื่อนขั้นให้ ทั้งนี้เมื่อโรงเรียนเก่าออกไปจะมีการคัดเลือกโรงเรียนใหม่เข้ามาทดแทนจนกว่าจะพัฒนาให้ไม่เหลือโรงเรียน ICU อีก โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดให้โครงการนี้เสร็จสิ้นภายใน 2 ปี

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยเรื่องการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะว่า มีการปรับเกณฑ์การประเมินใหม่แน่นอน เพื่อส่งเสริมให้ครูที่สอนดีได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม โดยด้านปริมาณจะพิจารณาจากชั่วโมงการสอน ส่วนด้านคุณภาพขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการกำหนดเกณฑ์อยู่ แต่รับรองว่าไม่ยุ่งยากวุ่นวายอย่างที่ผ่านมา

Cr. ข่าว กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป. กลุ่มประชาสัมพันธ์ 26 ธันวาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะพัฒนาครูตาม ITE Model

December 20, 2016 Leave a comment

1.jpg

นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ ITE Education Services ประเทศสิงคโปร์ จัดฝึกอบรมครูแกนนำ ภายใต้ “โครงการ TF-ITEES TVET Multi – Discipline Specialist Programme เพื่อพัฒนาการสอนของครู” จำนวน 31 คน โดยครูแกนนำจะเข้ารับการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญระยะเวลา 1 สัปดาห์ ในประเทศไทย และเดินทางไปฝึกอบรม สถาบัน ITE ระยะเวลา 2 สัปดาห์ เมื่อผ่านการฝึกอบรมจากประเทศสิงคโปร์แล้ว ต้องนำความรู้ไปขยายผลให้กับครูในสถานศึกษาอัตราส่วนครูแกนนำ 1 คน และขยายผลไปยังครู 5 คน รองเลขาธิการ กล่าวต่อว่า สอศ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู โดยครูนับเป็นบุคลากรที่สำคัญต่อการจัดการเรียนการสอน เป็นกลไกสำคัญที่จะให้นักศึกษาได้รับความรู้ ความสามารถ ทักษะ และชี้นำให้นักศึกษานำไปปฏิบัติ ฝึกฝน และพัฒนาต่อยอด โดยการฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมขยายผลความรู้ของครูแกนนำในรุ่นที่ 2 จากสถานศึกษาอาชีวศึกษาให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง สอศ. ภายใต้ “โครงการ TF-ITEES TVET Multi – Discipline Specialist Programme เพื่อพัฒนาการสอนของครู” มีการดำเนินงานในระยะที่1 Leadership Development เน้นการพัฒนาความเป็นผู้นำ ระยะที่2 Curriculum Design and Assessment เน้นการพัฒนาด้านหลักสูตรและการประเมิน กิจกรรมโครงการในครั้งนี้ นับเป็นระยะที่ 3 เรื่องการพัฒนาการสอนของครู หรือ Pedagogy Development โดยสถานศึกษากลุ่มเป้าหมายหลักที่เข้าร่วมการฝึกอบรม เป็นสถานศึกษาภายใต้โครงการส่งเสริมสถานศึกษาอาชีวศึกษาให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง จำนวน 17 แห่ง เข้ารับการอบรม เพื่อถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้เพื่อนครู พัฒนาแผนการสอน การสร้างกลยุทธ์ใหม่ เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 ธันวาคม 2559 ณ โรงแรมบางกอก พาเลส กลุ่มประชาสัมพันธ์ 19 ธันวาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา