Archive

Posts Tagged ‘กรุงเทพมหานคร’

สพฐ. จับมือ เนสเล่ เปิดตัวโครงการ (Kick Off) ฝึกทักษะกีฬานักเรียนไทยณ ลานจอดรถ อาคาร สพฐ. ๔ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

January 10, 2018 Leave a comment

1032308.JPG

***9 มกราคม 2560 ณ ลานจอดรถ อาคาร สพฐ. 4 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับ บริษัท เนสเล่ (ไทย) จำกัด จัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการ (Kick Off) MILO Sports Development Program in Schools ซึ่งเป็นกิจกรรมสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ประกอบด้วยกิจกรรมการอบอุ่นร่างกายผ่านการเต้นแอโรบิก และแอโรบิกมวยไทย ตามด้วยการออกกำลังกายกระโดดเชือก และเตะฟุตบอล ผ่านคำแนะนำของวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังจัดกิจกรรมฝึกสอนฟุตบอลพิเศษสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3-6 หรือนักกีฬาของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ผ่านความร่วมมือจากอดีตนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทยและทีมงานซึ่งมีประสบการณ์ด้านเทคนิคพิเศษฟุตบอล

นายสนิท แย้งเกสร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้เด็กไทยเติบโตอย่างสมวัยและมีร่างกายที่แข็งแรงผ่านการเล่นกีฬา รวมถึงส่งเสริมให้เด็กได้รับการศึกษาทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายในเด็กนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 7-12 ปี (นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6) ขณะที่การสอนทักษะและแนะนำเทคนิคการเล่นฟุตบอลให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3-6 ให้ทางโรงเรียนในกรุงเทพมหานครที่มีจำนวนนักเรียนระดับชั้น ป.1-ป.6 มากกว่า 500 คนขึ้นไป รวมนักเรียนคละกันมาตั้งแต่ ป.3-ป.6 ประมาณ 50 คน หรือมาระดับเดียว 50 คน หรือเป็นนักกีฬาโรงเรียนรวมกันมา 50 คน เพื่อเข้ารับการฝึกทักษะและแนะนำเทคนิคการเล่นฟุตบอลโดยมีเกณฑ์การคัดเลือกโรงเรียนในการทำกิจกรรมซึ่งจะถูกจัดขึ้นอย่างเหมาะสมกับจำนวนนักเรียนและขนาดของโรงเรียน ตามเกณฑ์การคัดเลือก โรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก และโรงเรียนที่ห่างไกล ดังนี้ โรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ ต้องมีจำนวนนักเรียน ป.1-ป.6 ไม่ต่ำกว่า 500 คน ในกรณีที่โรงเรียนขนาดใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร โรงเรียนจะต้องมีนักเรียนหรือนักกีฬา เข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะฟุตบอลได้ จำนวน 50 คน จึงมีกิจกรรมฝึกสอนฟุตบอลจากอดีตนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทยและทีมงานซึ่งมีประสบการณ์ด้านเทคนิคฟุตบอล / โรงเรียนที่มีขนาดเล็ก จะต้องมีจำนวนนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 ไม่ต่ำกว่า 300 คน / โรงเรียนที่ห่างไกล จะต้องมีจำนวนนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 ไม่ต่ำกว่า 200 คน โดยที่โรงเรียนจะต้องเดินทางเข้าถึงได้โดยรถตู้ 4 ล้อ และโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้ทำกิจกรรมของไมโล จะต้องสามารถจัดสรรเวลาให้ทางไมโลจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ 1 ชั่วโมง รวมถึงจะต้องมีสถานที่จัดกิจกรรมรองรับจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ และโรงเรียนต้องอนุญาตให้นำภาพนึ่งหรือภาพเคลื่อนไหวไปเผยแพร่ได้ต่อไปนายสนิท แย้มเกสร กล่าวต่อไปว่า การจัดกิจกรรม MILO Sports Development Program in Schools มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมนี้แล้วกว่า 142 โรงเรียน ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาเท่านั้น จึงไม่สามารถจัดกิจกรรมและแจกไมโลให้กับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลหรือที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี อีกทั้งไมโล 3 in 1 มีส่วนผสมของนม เลซิตินจากถั่วเหลืองและมอลต์สกัดจากข้าวบาร์เล่ย์ หากนักเรียนคนใดมีอาการแพส่วนผสม 3 ชนิดนี้ ให้ทางโรงเรียนดำเนินการแจ้งเด็กนักเรียนงดเข้าร่วมรับแจกไมโลชงชิม อีกทั้งยังหวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมและปลูกจิตสำนึก และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรักการเล่นกีฬา และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในอนาคตต่อไป

บรรพต ข่าว/สุชาติภาพ

09 มกราคม 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

เลขาธิการ กพฐ.เปิดเวทีสภากาแฟรับฟังข้อเสนอลดเหลื่อมล้ำตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียน ณโรงเรียนพุทธจักรวิทยา กรุงเทพมหานคร

November 6, 2017 Leave a comment

1010413.JPG

***6 พฤศจิกายน 2560 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม 4 ส. สนทนาสภากาแฟ “ร้อยรัก ประสานใจ สู่รั้วโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ ก้าวนำสู่คุณภาพ” ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนพุทธจักรวิทยา กรุงเทพมหานคร

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และการสื่อสารที่ดีระหว่างองค์กร โดย 4 ส. มีความหมายถึง 4 ประสาน ส.1 คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส.2 คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2 (สพม.2) ส.3 คือ สหวิทยาเขต (กลุ่มโรงเรียน) และ ส.4 คือ สถานศึกษา โดยการจัดประชุมในลักษณะของสภากาแฟสัญจรไปตามเขตพื้นที่การศึกษาในกรุงเทพมหานคร จำแนกตามสหวิทยาเขตและ/หรือ กลุ่มโรงเรียน ระหว่าง สพม.1 สพม.2 และ สพป. เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป ทั้งนี้ โรงเรียนที่จะเป็นเจ้าภาพจัดสภากาแฟให้อยู่ในดุลยพินิจของประธานสหวิทยาเขตหรือประธานกลุ่มโรงเรียน

โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวทำให้รับรู้ถึงการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในพื้นที่ ความต้องการในด้านต่าง ๆ อีกทั้ง จะได้ทราบถึงโปรแกรมการจัดการเรียนของชั้น ม.ต้น ว่ามีความหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียนเพื่อให้ค้นพบตัวตน และระดับ ม.ปลาย เป็นไปเพื่อฝึกฝน เพิ่มเติมการเรียนในโปรแกรมที่มีความสนใจ มีความถนัด เพื่อนำสู่การศึกษาต่อในสายอาชีพที่ถนัดและสนใจต่อไปหรือไม่ อย่างไร และสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนสื่อสารและรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ในการบริหารจัดการศึกษา ทั้งในระดับ สพฐ./สพม. สหวิทยาเขต และสถานศึกษา สู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบาย โดยมุ่งเน้นการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมเชิงมิติสัมพันธ์ของบุคลากรทั้ง 4 องค์กร “ทั้งนี้ นอกจากการพบปะเพื่อรับฟังข้อมูลแล้ว ยังได้รับฟังวิธีคิด เพื่อสามารถนำมาเติมเต็มในการทำงานของ สพฐ. ได้ ขณะเดียวกันในบางกรณีอาจจะต้องเชิญชวนให้ สพท. ได้เปลี่ยนวิธีคิดให้ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อนำไปสู่การ “ลดความเหลื่อมล้ำ ก้าวนำสู่คุณภาพ” โดยการลดความเหลื่อมล้ำคือต้องพิจารณาจากโรงเรียนที่ยังต้องพัฒนา ขณะที่การก้าวนำสู่คุณภาพคือจะต้องไม่ยึดติดกับรางวัลที่มีอยู่ แต่ให้มองย้อนกลับไปดูว่าทำไมประเทศเราถึงอยู่ตรงนี้ ในขณะที่โรงเรียนหลายแห่งได้รับรางวัลที่เป็นจุดสูงสุดของประเทศ แต่ทำไมการศึกษาเราถึงอยู่เพียงเท่านี้ นั่นอาจหมายความว่ารางวัลต่างๆ อาจจะเป็นกับดักหรือไม่ใช่ขีดสุดที่ทำให้ประเทศไทยของเราเจริญ ซึ่งในจุดนี้เราจะต้องทะลุบางเรื่องที่เป็นกรอบออกไปให้ได้ โดยการกำหนดรางวัลดีเด่นหรือรางวัลในประเภทต่างๆ ในระดับหนึ่ง ทำให้โรงเรียนมีจุดเทียบได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเราสามารถพัฒนาให้มากกว่าที่เป็นอยู่ได้ นั่นคือเรื่องของการก้าวนำสู่คุณภาพ โดยมุ่งไปที่ 2 จุด คือจุดที่เหลื่อมล้ำ หมายถึงจุดที่ยังไม่มีคุณภาพ และจุดที่ก้าวนำคุณภาพ ซึ่งหมายถึงโรงเรียนที่มีศักยภาพอยู่แล้วและต้องขยายผลต่อไป โดยมองเป้าหมายไปที่การแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Benchmark) อย่างเช่น การเปรียบเทียบสิ่งที่ดีกับประเทศสิงคโปร์ หรือประเทศอื่นๆ โดยจะไม่ยึดติดกับรางวัล สุดท้ายแล้ว การแลกเปลี่ยนความรู้จะทำให้รู้ว่าตัวตนเราอยู่ตรงไหน ทิศทางที่ควรจะเดินไปทางไหน ซึ่งต่อไปจะต้องลดการบริหารให้เป็นไปตามความถนัด แต่ยังคงจุดแข็งไว้ โดยเน้นย้ำให้พิจารณาถึงคุณภาพของโรงเรียน หากว่าติดขัดปัญหาด้านใดก็จะต้องแลกเปลี่ยนความรู้กับโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ และหาจุดแข็งร่วมกัน” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

บรรพต/หยก/ก้อย ข่าวและภาพ

06 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอศ.-กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมอบทุนต่อเนื่องปีที่ ๑๐ ปั้นช่างเทคนิควิศวะเคมี

0.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รับมอบเงินทุนสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 8,500,000 บาท ประจำปีการศึกษา 2560 เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี Vocational Chemical Engineering Practice College (V-ChEPC) วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด ณ ห้องประชุม 5 สอศ. กรุงเทพมหานคร ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่าโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี หรือวีเชฟ ซึ่งจัดการเรียนการสอน ณ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด จังหวัดระยอง ได้รับการยอมรับว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมากในการพัฒนานักศึกษาอาชีวะ สาขาปิโตรเคมี ให้เป็นคนเก่งทั้งทักษะวิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรม มีกระบวนการคิดและวิธีทำงานที่เป็นระบบ โดยมีรูปแบบการเรียน การสอนด้วยการพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ด้วยปัญญา (Constructionism) ที่พัฒนาทักษะชีวิต เชื่อมโยงกับโลกการทำงาน และการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีมาอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องถึงปัจจุบันระยะเวลา10 ปี ซึ่งเป็นระยะที่ 4 (พ.ศ.2560-2562) ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษามีงานรองรับทั้งหมด คิดเป็น 100 % และได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าผู้สำเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในระดับเดียวกันรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่าในปีที่ 10 มีบริษัทในกลุ่มปิโตรเคมีสนับสนุนมอบทุนเพื่อสานต่อความร่วมมือโครงการวีเชฟ ระยะที่ 4 (ปี 2560-2562) ได้มอบเงินสนับสนุนจัดการเรียนการสอนประจำปีการศึกษา 2560 รวมจำนวนทั้งสิ้น 8,500,000 บาท ดังนี้บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) มอบให้ปีละ 3,500,000 บาท บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด มอบให้ปีละ 2,000,000 บาท บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) มอบให้ปีละ 1,000,000 บาท กลุ่มบริษัท อูเบะ (ประเทศไทย) มอบให้ปีละ 500,000 บาท กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย มอบให้ปีละ 500,000 บาท และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มอบให้ปีละ 1,000,000 บาท โครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี Vocational Chemical Engineering Practice College (V-ChEPC) ฯ ได้เริ่มโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน อันได้แก่ วิทยาลัยเทคนิค (วท.) มาบตาพุด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มูลนิธิศึกษาพัฒน์ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในการผลิต พัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา โดยเฉพาะช่างเทคนิคที่มีความสามารถเฉพาะทางด้านปิโตรเคมี ปัจจุบันมีนักศึกษาสำเร็จการศึกษาแล้วทั้งหมด 8 รุ่น จำนวน 280 คน ก้าวต่อไปของการพัฒนาโครงการฯ คือการสนับสนุนให้เป็นสถาบันเฉพาะทางด้านการผลิตและพัฒนาช่างเทคนิคปิโตรเคมี (Center of Excellence) เป็นศูนย์ทดสอบและพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพช่างเทคนิคปิโตรเคมี ได้รับการยอมรับในระดับสากล ขณะนี้ได้เริ่มทดลองรับนักศึกษาต่างชาติ (ติมอร์) เข้าเรียนเป็นปีแรก และกำลังพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในประเทศเยอรมนี เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐาน ื กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 8พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ขอเชิญเข้าร่วมการออกแบบประกวดสัญลักษณ์สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย)

October 17, 2016 Leave a comment

สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) ขอเชิญนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมออกแบบประกวดสัญลักษณ์สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) ชิงเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

การสมัครและส่งผลงาน

• ส่งใบสมัครระหว่างวันที่ 17 – 25 ตุลาคม 2559

• ส่งผลงานระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 16 พฤศจิกายน 2559

• ส่งใบสมัครและผลงานทางอีเมล์: marketing@tica.or.th

• ดาวน์โหลดใบสมัครและรายละเอียดการแข่งขันได้ที่http://us7.campaign-archive2.com/… ติดต่อสอบถาม

• สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย)

เลขที่ 99/7 เดอะ เลกาซี วิภาวดี คอนโด

ถนนลาดพร้าว ซอย 8 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร

กรุงเทพมหานครฯ 10900

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

ค่ายขจีแคมป์ครั้งที่ ๗ (๗th KGE CAMP)

August 23, 2016 Leave a comment

รับสมัครนักเรียนม.ปลายสายวิทย์-คณิต 100 คน เข้าสู่ ค่ายขจีแคมป์ครั้งที่ 7 (7th K’GE CAMP) วันที่ 14-16 ตุลาคม 2559 ณ อาคาร 1 ภาควิชาวิศวกรรมเคมี และพื้นที่ภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ค่าสมัคร 300 บาท

ประกาศผลรายชื่อผู้มีสิทธิ์ : 26 กันยายน 2559

ระดับการศึกษา :ม.ปลาย(สายวิทย์-คณิต)

ค่าใช้จ่าย : 300 บาท (ชำระเมื่อประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการแล้ว)

จัดโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

รายละเอียดค่าย:

โครงการค่ายขจีแคมป์ (K’GE Camp) เป็นโครงการที่ชุมนุมนิสิตภาควิชาวิศวกรรมเคมีจัดขึ้น เพื่อรณรงค์ให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายวิทย์-คณิต) และผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาโลกร้อน รู้จักการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด การประหยัดพลังงาน การนำวัสดุสิ่งของเหลือใช้มาสร้างพลังงานทดแทน การช่วยกันลดโลกร้อนจากสิ่งใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถทำได้ รวมทั้งแนะนำหลักสูตรการเรียนการสอนของภาควิชาวิศวกรรมเคมี สายงานที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเคมีและบทบาทของวิศวกรรมเคมีในการแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการฝึกให้ผู้เข้าร่วมได้ทำงานในระบบกลุ่ม และสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ทันตามระยะเวลาที่กาหนดได้ โดยมีการแข่งขัน และการแจกรางวัล นอกจากนี้ยังได้รับความสนุกสนานจากกิจกรรมและสันทนาการต่างๆ ซึ่งกิจกรรมและประสบการณ์ที่ได้รับในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะทำให้ผู้เข้า ร่วมโครงการในค่ายมีความรักความเข้าใจ ในด้านเทคโนโลยีและด้านวิศวกรรม ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และยังเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปอีกด้วย

ระเบียบการสามารถดาว์โหลดได้ที่:

https://drive.google.com/file/d/0B1W2zcn0VxUPZnl1cWtWb2ZVLTQ/view?pref=2&pli=1

ใบสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถดาว์โหลดได้ที่:

https://drive.google.com/file/d/0B1W2zcn0VxUPWnVqVkt3QU1MRWc/view?pref=2&pli=1

กรอกข้อมูลให้ครบเรียบแล้ว แล้วส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์

ส่งจดหมายมาตามที่อยู่ :

ค่าย K’GE CAMP ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เลขที่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

***ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ K’GE Camp#7 :https://www.facebook.com/kgecamp7/

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

ร.ร.บ้านวังโพน สพป.มหาสารคาม เขต ๓ รับโล่รางวัลโรงเรียนปลอดขยะ ๖๑ พรรษาสมเด็จพระเทพฯ

860474.jpg

นายไพฑูรย์ ชาปัด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังโพน สพป.มหาสารคาม เขต 3 รับโล่รางวัล โรงเรียนปลอดขยะ (Zero waste school) เฉลิมพระเกียรติ 61 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 10,000บาท จากพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในงานเวทีสัมมนา ECO school Forum ครูผู้สร้างพลเมืองเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยมีนางสาวภาวิณี ปุณณกัณต์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพดำเนินโครงการ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ที่โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร

โรงเรียนบ้านวังโพน เป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ Zero Waste School โรงเรียนปลอดขยะ โดยได้ผ่านการประกวดรอบแรก จากจำนวน 61 โรงเรียนทั่วประเทศ นับเป็นโรงเรียนตัวอย่างของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่จัดกิจกรรมปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกการทำประโยชน์ต่อสังคม สร้างความภาคภูมิใจให้กับครู นักเรียน และชุมชน ทำให้นักเรียนภูมิใจในการรักบ้านเกิดผ่านกิจกรรมปราบขยะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน พระราชดำริ“ตามรอยพ่อ” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย

นัฐกัญญาพัชร รักสุทธี ครูโรงเรียนบ้านวังโพน : ภาพ/ข้อมูล

ทิพยฉัตร ฉัตรทอง นักประชาสัมพันธ์ : ข่าว

http://203.172.194.82/mk3/?p=4857

02 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

พิธีมอบจักรยานพระราชทาน จังหวัดอุตรดิตถ์

February 13, 2016 Leave a comment

824877.JPG

12 กุมภาพันธ์ 2559 นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีมอบจักรย่นพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎพระราชทาน ณ ห้องประชุมเหล็กน้ำพี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 มอบให้ นายธีรยุทธ ทาปุก รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 กล่าวรายงาน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 ขนย้ายจักรยานพระราชทานจาก กองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร นำส่งมอบให้กับโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 และเขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 (เฉพาะโรงเรียนในสังกัดจังหวัดอุตรดิตถ์) ที่ได้รับจักรยานพระราชทาน จำนวน 101 คัน โดย นายสุวัฒน์ชัย ศรีสุพัฒนะกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ ให้การสนับสนุนนำ อาจารย์ และนักศึกษามาดำเนินการตรวจสอบและปรับแต่งจักรยานพระราชทานให้มีสภาพที่สามารถใช้งานได้โดยสมบูรณ์ มีความเหมาะสมกับนักเรียนในการใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ ผู้บริหารจากหน่วยงานทางการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษาจาก สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 และเขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีด้วย กรรณิกา ข่าว : ภาพ / ธราเทพ : รายงาน

12 กุมภาพันธ์ 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ