Archive

Posts Tagged ‘การเรียนการสอน’

สอศ.-กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมอบทุนต่อเนื่องปีที่ ๑๐ ปั้นช่างเทคนิควิศวะเคมี

0.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รับมอบเงินทุนสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 8,500,000 บาท ประจำปีการศึกษา 2560 เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี Vocational Chemical Engineering Practice College (V-ChEPC) วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด ณ ห้องประชุม 5 สอศ. กรุงเทพมหานคร ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่าโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี หรือวีเชฟ ซึ่งจัดการเรียนการสอน ณ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด จังหวัดระยอง ได้รับการยอมรับว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมากในการพัฒนานักศึกษาอาชีวะ สาขาปิโตรเคมี ให้เป็นคนเก่งทั้งทักษะวิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรม มีกระบวนการคิดและวิธีทำงานที่เป็นระบบ โดยมีรูปแบบการเรียน การสอนด้วยการพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ด้วยปัญญา (Constructionism) ที่พัฒนาทักษะชีวิต เชื่อมโยงกับโลกการทำงาน และการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีมาอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องถึงปัจจุบันระยะเวลา10 ปี ซึ่งเป็นระยะที่ 4 (พ.ศ.2560-2562) ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษามีงานรองรับทั้งหมด คิดเป็น 100 % และได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าผู้สำเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในระดับเดียวกันรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่าในปีที่ 10 มีบริษัทในกลุ่มปิโตรเคมีสนับสนุนมอบทุนเพื่อสานต่อความร่วมมือโครงการวีเชฟ ระยะที่ 4 (ปี 2560-2562) ได้มอบเงินสนับสนุนจัดการเรียนการสอนประจำปีการศึกษา 2560 รวมจำนวนทั้งสิ้น 8,500,000 บาท ดังนี้บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) มอบให้ปีละ 3,500,000 บาท บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด มอบให้ปีละ 2,000,000 บาท บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) มอบให้ปีละ 1,000,000 บาท กลุ่มบริษัท อูเบะ (ประเทศไทย) มอบให้ปีละ 500,000 บาท กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย มอบให้ปีละ 500,000 บาท และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มอบให้ปีละ 1,000,000 บาท โครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี Vocational Chemical Engineering Practice College (V-ChEPC) ฯ ได้เริ่มโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน อันได้แก่ วิทยาลัยเทคนิค (วท.) มาบตาพุด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มูลนิธิศึกษาพัฒน์ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในการผลิต พัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา โดยเฉพาะช่างเทคนิคที่มีความสามารถเฉพาะทางด้านปิโตรเคมี ปัจจุบันมีนักศึกษาสำเร็จการศึกษาแล้วทั้งหมด 8 รุ่น จำนวน 280 คน ก้าวต่อไปของการพัฒนาโครงการฯ คือการสนับสนุนให้เป็นสถาบันเฉพาะทางด้านการผลิตและพัฒนาช่างเทคนิคปิโตรเคมี (Center of Excellence) เป็นศูนย์ทดสอบและพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพช่างเทคนิคปิโตรเคมี ได้รับการยอมรับในระดับสากล ขณะนี้ได้เริ่มทดลองรับนักศึกษาต่างชาติ (ติมอร์) เข้าเรียนเป็นปีแรก และกำลังพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในประเทศเยอรมนี เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐาน ื กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 8พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

ปลื้มนักศึกษาวิทยาลัยช่างทองหลวงจิตอาสาถวายงานสลักดุนเฟื่องระย้า

4.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ได้ประกาศรับสมัครอาสาสมัครร่วมปฏิบัติงานจัดสร้างพระโกศจันทน์และงานศิลปกรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีนักศึกษากาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง ระดับปวช.และปวส. สาขาวิชาช่างทองหลวง ได้มาสมัครเป็นจิตอาสาและได้รับการคัดเลือกจากกรมศิลปากร จำนวน 30 คนให้ปฏิบัติงานในส่วนของการสร้างฉัตรโลหะประกอบพระเมรุมาศ (งานโลหะและงานบุดุน) รับหน้าที่ในการสลักดุนเฟื่องระย้าเงินประดับพระที่นั่งราเชนทรยาน พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย และราชรถน้อย จำนวน 3 องค์ องค์ละ 12 ชุด รวม 36 ชุด ซึ่งทำจากโลหะเงินนำมาบุดุน เป็นลายใบเทศ จากนั้นนำไปฉลุลาย ประดับกระจก แล้วจึงนำไปประดับตกแต่งในส่วนบุษบก โดยเริ่มปฏิบัติงานมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พ.ศ.2560 ทั้งนี้ นักศึกษากาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวงทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกดังกล่าวมีทักษะฝีมือและมีความชำนาญการในด้านโลหะและงานบุดุนตามหลักสูตรที่วิทยาลัยจัดการเรียนการสอน นางสาวนภัสชนา รัตนศรีชัยวรา นักศึกษาระดับชั้นปวส.2 สาขาช่างทองหลวง เล่าว่า ได้เข้ามาทำงานเป็นจิตอาสา เพราะทางสำนักช่างสิบหมู่ได้ประกาศรับสมัครจิตอาสาทำเครื่องประกอบพระเมรุมาศ อาจารย์จึงได้ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนทราบ ตนเองรู้สึกว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้ทำถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจ ไม่ใช่แค่ตัวเราแต่พ่อแม่ก็จะปลื้มปิติไปด้วยที่เราได้มีโอกาสมาทำงานถวายเพราะเป็นการทำงานที่สำคัญและยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้แต่เราโชคดีที่เรียนสาขางานช่างทองหลวงถึงได้รับการคัดเลือกเข้ามา เพราะไม่ต้องมาหัดทำหรือฝึกใหม่ เป็นงานที่เรียนอยู่แล้ว จึงคิดว่าเป็นความโชคดีและเป็นบุญของเราจริง ๆ ที่ได้ถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 นายณรงค์ฤทธิ์ จิระไวทยะ นักศึกษาระดับชั้น ปวส.2 สาขาช่างทองหลวง เล่าว่า ตั้งแต่ผมทราบข่าว ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ผมรู้สึกเสียใจมาก จึงอยากจะตอบแทนบุญคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชนชาวไทย พอดีได้ทราบข่าวจากวิทยาลัยว่าสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ประกาศรับสมัครจิตอาสาที่มีความสามารถในด้านงานโลหะ (งานบุดุนโลหะ) ผมจึงได้ตัดสินใจสมัครทันทีเพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดสร้างพระโกศจันทน์และงานศิลปกรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศ ซึ่งผมได้รับหน้าที่สลักดุนเฟื่องระย้า เพื่อนำไปประดับในส่วนของพระที่นั่งราเชนทรยาน พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย และราชรถน้อย ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในงานครั้งนี้ และผมยังได้ใช้ทักษะและความสามารถที่ได้เรียนมาเฉพาะทางในงานครั้งนี้ด้วย นับเป็นเกียรติแก่ตัวผมและเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างยิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยังกล่าวปิดท้ายอีกว่า ได้มอบให้กาญจนภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง ช่วยดูแลนักเรียนนักศึกษาที่เป็นจิตอาสาทุกคนอย่างดีจนกว่างานจะแล้วเสร็จและยังได้ให้นักเรียนนักศึกษาฝึกงานที่มีความบกพร่องทางการได้ยินแต่มีฝีมือด้านงานศิลปกรรมเข้ามาช่วยงานที่มีความสำคัญยิ่งครั้งนี้ด้วย กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 25 เมษายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สัมมนาหลักสูตร ฮอนด้า สมาร์ท เทคโนโลยี หนึ่งร้านสร้างสรรค์ หนึ่งสถาบันสร้างสังคม (ODOC)

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดอบรม หลักสูตร ฮอนด้าสมาร์ทเทคโนโลยี PCX150,rebel,MSX 125SF โครงการหนึ่งร้านสร้างสรรค์ หนึ่งสถาบันสร้างสังคม “One Dealer One College” กล่าวว่า การจัดอบรมสัมมนา โครงการ ฯ ดังกล่าว เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษาและครู จากการรายงานผลของผู้รับผิดชอบโครงการ ทั้ง 4 โครงการย่อย (1. โครงการสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนและอบรมเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าให้กับสถานศึกษาในสังกัด สอศ. 2. โครงการอุบัติเหตุเป็นศูนย์ เริ่มที่ตัวคุณ Zero Accident) การรณรงค์ลดอุบัติเหตุในสถาบันการศึกษา 3.โครงการสนับสนุนการแข่งขันฮอนด้าประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง (Honda Eco Mileage Challenge) 4.โครงการ การสร้างอาชีพให้กับนักศึกษา และได้รับการพัฒนาฝีมืออย่างเป็นระบบ)

ได้ให้โอกาสนักเรียน นักศึกษาได้รับความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ให้สถานที่ฝึกงาน ทำให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพในอนาคต การอบรมให้ความรู้ในด้านการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย

ด้านนายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับโครงการ ฯ ดังกล่าวนี้ หลักสูตรสมาร์ทเทคโนโลยี ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้ครูสังกัดอาชีวศึกษา ซึ่งทางบริษัทอัพเดทข้อมูลรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง และมอบสื่อฉบับเต็มให้กับครูผู้สอน สามารถนำไปใช้ได้ทันที่ พร้อมทั้งจัดให้ครูได้ฝึกภาคปฏิบัติจริง เกี่ยวกับ สมาร์ทคีย์ ที่นำเทคโนโลยีในรถยนต์หรูเข้ามาใช้ในรถจักรยานยนต์เป็นเจ้าแรก และน้องใหม่ล่าสุด คือ MSX125 ซึ่งได้นำเทคโนโลยี ของ ABS ลงใน Mini Bike เป็นครั้งแรกในไทย และถ่ายทดนวัตกรรมป้องกัน ล้อกระดก จาก CBR1000 ลงใน MSX125 SF รุ่นใหม่นี้ด้วย การอบรมหลักสูตร ฮอนด้าสมาร์ทเทคโนโลยี PCX150,rebel,MSX 125SF โครงการหนึ่งร้านสร้างสรรค์ หนึ่งสถาบันสร้างสังคม “One Dealer One College” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพ //// กลุ่มประชาสัมพันธ์ 21 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ศธ.นำเด็กและเยาวชนดีเด่นฯ เข้าพบนายกรัฐมนตรี

January 13, 2017 Leave a comment

page.jpg

เมื่อวันพุธที่ 11 มกราคม 2560 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ จำนวน 781 คน เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.ท. โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นเกียรติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า เด็ก เยาวชน และลูกหลานทุกคน คือผู้ขับเคลื่อนประเทศไทย และคำขวัญที่ได้มอบให้เด็กและเยาวชน “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” ก็เพื่อให้ทุกคนได้คำนึงถึงประเทศชาติด้วย โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการในฐานะทำหน้าที่ผลิตและจัดการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ตลอดจนระดับอุดมศึกษา และการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งตามยุทธศาสตร์ในช่วงปี 2559-2560 เป็นระยะของการเตรียมการเปรียบเสมือนการหว่านพืชหวังผลเก็บเกี่ยว ก็คือการสร้างเด็กและเยาวชนที่มีความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติเพื่อขับเคลื่อนประเทศในปี 2561 ตามแผนแม่บทของรัฐบาลต่อไป ในส่วนของเด็กและเยาวชน ขอให้ช่วยคิดในชั้นเรียน คิดอย่างเป็นระบบ และมีกระบวนการคิดในระยะยาวเพื่อพัฒนาตนเองในการเรียนรู้ในสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีที่วันหนึ่ง ๆ คิดเป็นร้อยเรื่องเพราะปัญหาประเทศมีจำนวนมาก และต้องบริหารประเทศอย่างไรเพื่อให้คนไทยกว่า 70 ล้านคนอยู่อย่างมีความสุข นอกจากนี้ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีจากการอ่านหนังสือ จึงขอฝากให้เด็ก ๆ แบ่งเวลาเพื่ออ่านหนังสือให้มากขึ้น เพราะจะทำให้เกิดกระบวนการคิดอย่างต่อเนื่อง และเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีกว่าการอ่านจากสื่ออินเทอร์เน็ตหรือ Youtube ซึ่งสื่อสารข้อความสั้น ๆ เพียง 3-4 บรรทัด ไม่ช่วยสื่อถึงความเป็นมาเป็นไปในเรื่องนั้น ๆ ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี ควรใช้ประโยชน์ในการค้นหาความรู้และถ่ายทอดความรู้สู่คนในครอบครัว ไม่ควรใช้เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว และไม่ควรจะเชื่อทุกเรื่องที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ควรต้องวิเคราะห์ก่อนที่จะเชื่อเรื่องใด ส่วนในเรื่องของภาษาอังกฤษ ควรปรับการเรียนการสอนโดยเน้นฝึกพูดประโยคสนทนาที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น และเด็ก ๆ ไม่ต้องอายที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติ เพราะเขาพยายามที่จะเข้าใจเราอยู่แล้ว โดยส่วนตัว เชื่อมั่นว่าการศึกษาของไทยไม่ได้ล้มเหลว และแม้ที่ผ่านมาจะเปลี่ยนรัฐมนตรีมาหลายคนก็ไม่กระทบมาก เพราะทุกอย่างอยู่ที่การบริหารจัดการ แผนงาน และเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งย้ำตลอดว่าให้สอนเด็กให้มีความรู้คู่คุณธรรม และผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ เช่น ผลิตคนโดยดูความต้องการของตลาดเป็นที่ตั้ง ประสานและหาข้อมูลความต้องการจากกระทรวงแรงงาน เพื่อผลิตให้เพียงพอและตรงกับสาขาที่ขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัยเพื่อรองรับการขับเคลื่อน Thailand 4.0, วิศวกรด้านต่าง ๆ รองรับการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ของประเทศ เป็นต้น ในส่วนของครูผู้สอน การอบรมครูที่ดำเนินการขณะนี้ อาจยังไม่ทันการณ์ ขอให้หาแนวทางปรับวิธีสอนของครูให้ดีขึ้น หรือนำครูที่มีชื่อเสียงมาสอนผ่านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการต้องพัฒนาขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนกับครูที่เก่งเหมือน ๆ กัน นอกจากนี้ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มข้อสอบเป็นคะแนนเสริมใน 2 ส่วน คือ 1) ข้อสอบเชิงคุณธรรมจริยธรรม 2) ข้อสอบเขียนประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วย ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวฝากให้ผู้ที่ได้รับรางวัลมีความภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนและประเทศชาติ พร้อมทั้งช่วยกันทำให้การศึกษาไทยดีขึ้นด้วยตัวของเราเองด้วย จากนั้น รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบโล่รางวัลให้แก่เด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกจากทุกสังกัดทั่วประเทศ จำนวน 781 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) เด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 552 คน ซึ่งคัดเลือกจากความประพฤติดี เรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์ ขยัน ประหยัด กตัญญูช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง และอุทิศตนเพื่อส่วน 2) เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 229 คน แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ 93 คน, ด้านศิลปะและดนตรี 50 คน, ด้านคุณธรรมจริยธรรม 23 คน, ด้านกีฬาและนันทนาการ 43 คน และด้านทักษะฝีมือ วิชาชีพ 20 คน

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวให้โอวาทมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การจัดงานวันเด็กและการนำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้กระทำความดีในด้านต่างๆ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชนในอนาคต และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนเอง ตลอดจนปลูกฝังให้มีส่วนร่วมในสังคม เป็นกำลังสำคัญของชาติ ตามคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2560 ที่ว่า “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” กระทรวงศึกษาธิการ ได้พยายามที่จะขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยในส่วนของการศึกษามีความเกี่ยวข้องใน 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งจะขออธิบายสรุปอย่างง่าย คือ 1) ด้านความมั่นคง ที่จะต้องส่งเสริมและสอนให้นักเรียนรู้ความเป็นมาของตนเอง รู้ประวัติศาสตร์ของชาติไทย สนับสนุนและช่วยเหลือการศึกษาในพื้นที่ชายขอบและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความพร้อมทุกด้านมากขึ้น 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างศักยภาพเด็กไทยในเวทีนานาชาติ เช่น การเพิ่มทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษางานวิจัย การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต การค้าขายกับต่างชาติ, การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์, การยกระดับอาชีวศึกษาให้เป็นมืออาชีพ เป็นต้น 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ คือการทำให้เด็กเก่ง โดยเริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา ที่จะต้องให้ได้เรียนกับครูที่ดีและเก่ง เพื่อหวังให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามเป้าหมายและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ขณะนี้ยังมีเด็กอีกกว่า 7 ล้านคน ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เป็นเด็กยากจน และไม่ได้มีโอกาสเท่ากับทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายพัฒนาโรงเรียนเหล่านี้ ที่เปรียบเสมือนโรงเรียน ICU กว่า 10,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้มีห้องเรียนที่เพียงพอ มีครูครบชั้น มีโรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบครัน 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม การดำเนินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ แน่นอนว่ายุทธศาสตร์ข้างต้นทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการปรับปรุงการทำงานของภาครัฐไปพร้อมกันด้วย และย้ำว่าต้องการให้เด็กทุกคนมีความฝัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อนำพาเด็กไปสู่ความฝันให้ได้ ดังเช่นคำที่นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ว่า “Education Pass” ที่จะทำให้การศึกษานำพาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลด้วย นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบจากรัฐบาลให้เร่งดำเนินการให้เด็กมีโอกาสได้เรียนกับครูที่เก่ง ๆ ครูที่ดี ๆ อย่างเท่าเทียมกันทั่วประเทศ จึงเตรียมการที่จะเชิญครูในสังกัดและครูจากภายนอกที่เก่งในแต่ละสาขาวิชามาช่วยสอน เช่น ครูพี่แนน ครูอุ๊ ครูสมศรี ครูลิลลี่ เป็นต้น โดยจะจัดทำในรูปแบบคลิปวีดิทัศน์เผยแพร่ในคลังความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการและทางสื่ออินเทอร์เน็ต ตลอดจนผลิตเป็นซีดีสื่อการสอนส่งให้กับโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนห่างไกลให้ได้เรียนรู้กับครูเก่งอย่างทั่วถึงมากขึ้น สิ่งสุดท้ายที่ต้องการฝากไว้กับเด็กและเยาวชนคือ ขอให้อ่านหนังสือให้มาก ๆ เพราะนักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง ๆ หรือคนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อ่านมาก ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังทำให้ได้เรียนรู้ว่าบรรพบุรุษได้คิดและสร้างอะไรไว้แล้วบ้าง แต่ก็ขอให้อ่านให้ถูก ไม่ควรอ่านเฉพาะข้อความสั้น ๆ ที่ส่งต่อมาทางไลน์หรือทางสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น เพราะสื่อเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เราเรียนรู้ได้ดีเท่ากับการอ่านหนังสือ สิ่งสำคัญคือ ขอให้ทุกคนขยันและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ ดังคำที่ว่า “Work Hard Be Nice” Cr.ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 11 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะพัฒนาครูตาม ITE Model

December 20, 2016 Leave a comment

1.jpg

นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ ITE Education Services ประเทศสิงคโปร์ จัดฝึกอบรมครูแกนนำ ภายใต้ “โครงการ TF-ITEES TVET Multi – Discipline Specialist Programme เพื่อพัฒนาการสอนของครู” จำนวน 31 คน โดยครูแกนนำจะเข้ารับการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญระยะเวลา 1 สัปดาห์ ในประเทศไทย และเดินทางไปฝึกอบรม สถาบัน ITE ระยะเวลา 2 สัปดาห์ เมื่อผ่านการฝึกอบรมจากประเทศสิงคโปร์แล้ว ต้องนำความรู้ไปขยายผลให้กับครูในสถานศึกษาอัตราส่วนครูแกนนำ 1 คน และขยายผลไปยังครู 5 คน รองเลขาธิการ กล่าวต่อว่า สอศ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู โดยครูนับเป็นบุคลากรที่สำคัญต่อการจัดการเรียนการสอน เป็นกลไกสำคัญที่จะให้นักศึกษาได้รับความรู้ ความสามารถ ทักษะ และชี้นำให้นักศึกษานำไปปฏิบัติ ฝึกฝน และพัฒนาต่อยอด โดยการฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมขยายผลความรู้ของครูแกนนำในรุ่นที่ 2 จากสถานศึกษาอาชีวศึกษาให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง สอศ. ภายใต้ “โครงการ TF-ITEES TVET Multi – Discipline Specialist Programme เพื่อพัฒนาการสอนของครู” มีการดำเนินงานในระยะที่1 Leadership Development เน้นการพัฒนาความเป็นผู้นำ ระยะที่2 Curriculum Design and Assessment เน้นการพัฒนาด้านหลักสูตรและการประเมิน กิจกรรมโครงการในครั้งนี้ นับเป็นระยะที่ 3 เรื่องการพัฒนาการสอนของครู หรือ Pedagogy Development โดยสถานศึกษากลุ่มเป้าหมายหลักที่เข้าร่วมการฝึกอบรม เป็นสถานศึกษาภายใต้โครงการส่งเสริมสถานศึกษาอาชีวศึกษาให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง จำนวน 17 แห่ง เข้ารับการอบรม เพื่อถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้เพื่อนครู พัฒนาแผนการสอน การสร้างกลยุทธ์ใหม่ เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 ธันวาคม 2559 ณ โรงแรมบางกอก พาเลส กลุ่มประชาสัมพันธ์ 19 ธันวาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สพป.ชัยภูมิ เขต ๓ ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนประชารัฐ ด้านการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

October 10, 2016 Leave a comment

903100.JPG

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2559 เวลา 09.00 น. ดร.โชติพิพัฒน์ จุลมณีรุ่งเรือง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 3 ประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนประชารัฐ ด้านการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ณ ห้องประชุมภูมิภักดี โดยมี นายสฤษดิ์ ชัยมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ได้กล่าวรายงานโครงการ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวดำเนินการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และฝึกปฏิบัติบัติการใช้สื่อภาษาอังกฤษ ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ของโรงเรียนในโครงการโรงเรียนประชารัฐ โรงเรียนละ 3 ราย รวมทั้งสิ้น 50 คน และจะมีการติดตามการใช้สื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของครูผู้สอนในโรงเรียนประชารัฐ ในภาคเรียนที่ 2/2559 ต่อไป

10 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ประชาสัมพันธ์ สพฐ. ๒๙ กันยายน ๒๕๕๙

September 30, 2016 Leave a comment

สพม.6 อบรมเชิงปฏิบัติการการแนะแนวการศึกษาและอาชีพของสถานศึกษา ประจำปี 2559

900762.JPG

+ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการการแนะแนวการศึกษาและอาชีพของสถานศึกษา และการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาครูแนะแนวทุกโรงเรียนในสังกัดให้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถจัดกระบวนการแนะแนววิธีต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง สำรวจความสนใจ ความถนัดและมองเห็นเส้นทางชีวิตในอนาคต และวางแผนในการศึกษา และเพื่อส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอนเพื่อการมีงานทำหรือแบบทวิศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านวิชาชีพให้แก่ผู้เรียน และสร้างผู้เรียนให้เข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีคุณภาพ ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดฉะเชิงเทรา โรงเรียนป้อมนาคราชสวาทยานนท์ โรงเรียนสตรีวิทยา 2 วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ บริษัท ซี.พี.ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้เข้ารับการอบรมข้าราชการครูแนะแนวของทุกโรงเรียนในสังกัด สพม.6 อบรมระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน 2559 ณ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา (จันทรา…ภาพ/ข่าว)

สพม.34 ประชุมโครงการส่งเสริมนักเรียนผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา(โครงการเด็กดีมีที่เรียน)

900848.jpg

วันที่ 29 กันยายน 2559 กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 จัดประชุมโครงการส่งเสริมนักเรียนผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา(โครงการเด็กดีมีที่เรียน) ปีการศึกษา 2560 ให้แก่ บุคลากรทางการศึกษา ที่ทำหน้าที่ส่งเสริม ประสานงาน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 – 37 และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 40 คน ณ โรงแรมธาริน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดย นายสุพจน์ เจริญทรัพย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ประธานการประชุม ฯ นางสาวกิรณา โนนสินชัย ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก นายศักดิ์ชีวิน วัฒโล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 บรรยายพิเศษ ให้ความรู้ และข้อเสนอแนะ แก่ผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อให้นักเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นเด็กดี มีคุณธรรม และบำเพ็ญ ประโยชน์ สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และเมื่อจบการศึกษาจะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของประเทศและท้องถิ่น ต่อไป

ภาพ:ข่าว กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา

สพป.สตูล ประชุมเตรียมขยายผลโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น ฯ

900646.jpg

.วันที่ 28 กันยายน 2559 นายนิสิต ชายภักตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ให้การต้อนรับ ผศ.เพียงใจ ผลโภค อ.สมสวาท เจริญฤทธิ์ และ ดร.จุไรศิริ ชูรักษ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา พร้อมด้วยนายอัศวยุช เทศอาเส็น ผู้แทนจาก วชช.สตูล เพื่อประชุมประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อก้าวต่อไปในโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง

.มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา และวิทยาลัยชุมชนสตูล ได้เข้ามามีบทบาทสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง เพื่อสร้างองค์ความรู้สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น ให้แก่ให้สถานศึกษาในจังหวัดสตูลในพื้นที่เป้าหมาย

.โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 โดยจัดกิจกรรมมัคคุเทศก์น้อย ในโรงเรียนสังกัด สพป.สตูล จำนวน 2 โรง คือ โรงเรียนบ้านปากบารา และโรงเรียนอนุบาลมะนัง และ ปีงบประมาณ 2560 จะขยายผลการดำเนินการเพิ่มที่โรงเรียนอนุบาลทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยูงทองรัฐประชาสรรค์ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านส้านแดง อ.ควนกาหลง จ.สตูล

29 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ