Archive

Posts Tagged ‘ประสิทธิภาพ’

อาชีวะ ร่วมปตท. เปิด ๕๙ ศูนย์ จูน อัพเครื่องยนต์ประหยัดพลังงาน

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดโครงการพีทีที เอนจิ้น จูน อัพ 2560 ( PTT Engine Tune Up 2017) มาตรการประหยัดพลังงานเพื่อประชาชนประจำปี 2560 ให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 25 รายการ เริ่มแล้ววันนี้ 3 -10 เมษายน 2560 ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ไม่คิดค่าแรง ณ ศูนย์จูนอัพ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. บนถนนสายหลัก 59 ศูนย์ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์

นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า โครงการพีทีที เอนจิ้น จูน อัพ 2560 ( PTT Engine Tune Up 2017) มาตรการประหยัดพลังงานเพื่อประชาชนประจำปี 2560 เพื่อสนองนโยบายรัฐในการรณรงค์สร้างจิตสำนึก ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการประหยัดพลังงาน เพิ่มความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตลอดจน เป็นการฝึกทักษะความชำนาญ และสร้างจิตอาสาให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา นำความรู้วิชาชีพไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ตั้งเป้าบริการได้ไม่น้อยกว่า 135 ,000 คันโดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดส่ง 59 ทีม ประกอบด้วยครู นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา รวม 354 คน ประจำสถานีบริหารน้ำมัน ปตท. สถานีละ 1 ทีม พร้อมด้วยอุปกรณ์ด้านช่างยนต์ ออกให้บริการตรวจสภาพรถยนต์แก่ประชาชน 25 รายการ ณ สถานีบริการน้ำมันของ ปตท. จำนวน 59 แห่ง ในพื้นที่ 35 จังหวัด นอกจากนี้ยังสามารถรับบริการเพิ่มเติมตรวจเช็คสภาพมาตรฐานความปลอดภัย 15 ขั้นตอนโดยช่างของศูนย์ได้ที่ศูนย์บริการ โปรเช็ค ( ProCheck) จำนวน 57 แห่ง และตรวจเช็คเครื่องยนต์ จำนวน 24 รายการโดยช่างของศูนย์ได้ที่ ฟิต ออโต้ ( Fit Auto) จำนวน 26 แห่ง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โทร. 0 2281 5555 ต่อ 1394 หรือดูรายละเอียดได้ที่ http://www.vec.go.th, http://www.pttplc.com, PTT Contact Center 1365 โครงการพีทีที เอนจิ้น จูน อัพ ( PTT Engine Tune Up) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 เป็นโครงการที่ทีมครูนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาออกให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรีแก่ประชาชน โดยใช้ช่วงเวลาว่างจากการปิดภาพเรียนให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจึงได้ประกาศมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อประชาชน เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกในเรื่องของการประหยัดพลังงานทั้งในเรื่องของไฟฟ้าและน้ำมัน และช่วยลดผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ซึ่งโครงการฯ นี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการประหยัดพลังงานทางด้านสังคมแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนคนไทยที่ใช้รถยนต์ทุกคน ให้ตระหนักถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดอุบัติเหตุจาการขับขี่ ตลอดจนช่วยในเรื่องของปัญหามลภาวะทางอากาศ

ในปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2559 มีประชาชนนำรถยนต์ ผ่านการตรวจสภาพเป็นประจำทุก 6 เดือน จำนวน 120 ,230 คัน สามารถลดการใช้น้ำมันได้ถึงร้อยละ 5 โดยคำนวณจากแต่ละคันใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 4 ลิตร ประหยัดปีละกว่า 8.7 ล้านลิตร คิดเป็นการประหยัดเงินตราต่างประเทศมากกว่า 208 ล้านบาท (ประมาณการราคาน้ำมันลิตรละ 23.80 บาท) นอกจากนั้น โครงการนี้จะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง18 ,957 ,866.40 23 ล้านกิโลกรัม/ปี หรือ 18 ,957 ตัน/ปี (ประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ได้ 2.16 กิโลกรัม) โดยมีการให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เพื่อประหยัดพลังงาน ผ่านศูนย์อาชีวศึกษา-พีทีที เอนจิ้น จูน อัพ ( PTT Engine Tune Up 2016) เมื่อวันที่ 28 มีนาคม-6 เมษายน 2559 จำนวนทั้งสิ้น 8 ,277 คัน ผ่านศูนย์บริการโปรเช็ค ( ProCheck) จำนวน 86 แห่ง และ ฟิต ออโต้ ( Fit Auto) จำนวน 14 แห่ง จำนวน 111 ,953 คัน

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 3 เมษายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

สอศ.จับมือ IRCT group ร่วมปั้นนักศึกษาทวิภาคี

1.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับกลุ่มบริษัท IRCT จัดงาน “IRCT group : Step to Thailand 4.0 with DVE”และพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ประจำปี 2559 ณ บริษัท อีโนเวรับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (วังน้อย) โดยมี ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานกรรมการการอาชีวศึกษา และนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานกรรมการบริษัท ฯ ร่วมเป็นเกียรติในงาน ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สื่บเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการผลิตและพัฒนากำลังคน โดยส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพสูงสุด โดยเฉพาะนักศึกษาอาชีวะที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้มีสมรรถนะ ทักษะวิชาชีพ ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ผ่านการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ซึ่งกลุ่มบริษัท IRCT ได้ร่วมกับ สอศ. สานรับนโยบายดังกล่าว โดยในปี 2559 บริษัทได้จัดทำโครงการความร่วมมือกับสอศ. ในการรับนักศึกษาระบบทวิภาคีเป็น ปีแรก ประกอบกับบริษัท ฯ มีนโยบายในการพัฒนาโรงงานให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ หรือ Smart Factory โดยพัฒนาเครื่องจักรและกระบวนการการผลิตให้เป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด ซึ่งโครงการจัดการศึกษาระบบ ทวิภาคีนี้ เป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทได้มากที่สุด การพัฒนาคนเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้ จะช่วยพัฒนาองค์กรและประเทศ ไปสู่เป้าหมายที่ยั่งยืนและเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ในปี 2560 นี้ บริษัทจึงร่วมกับคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา หรือ อ.กรอ.อศ. ในกลุ่มอาชีพยานยนต์และชิ้นส่วนร่วมกับกลุ่มอาชีพอื่นๆ อีก 35 กลุ่ม ดำเนินการจัดทำรูปแบบพัฒนาโรงงานให้เป็นโรงเรียน เพื่อเติมเต็มทักษะฝีมือและทักษะการทำงานให้กับนักศึกษาอาชีวะได้เต็มที่เพื่อก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0

ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท IRCT เปิดโอกาสให้นักศึกษาระบบทวิภาคีจำนวน 26 คน จาก 3 สถานศึกษา เข้าฝึกอบรมประสบการณ์วิชาชีพกับบริษัท ฯ ได้แก่ สาขาช่างไฟฟ้า 9 คน จากวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ สาขาเทคนิคการผลิต จำนวน 4 คน จากวิทยาลัยเทคนิคสระบุรี และสาขาแมคคาทรอนิกส์ จำนวน 13 คน จากวิทยาลัยเทคนิคท่าหลวงซีเมนต์ไทยอนุสรณ์ ซึ่งหลังจากฝึกแล้วนักศึกษา ได้นำเสนอผลงานโดยแบ่งเป็น 13 กลุ่ม และมี 4 กลุ่มที่มีผลงานโดดเด่น ได้แก่ เช่น การประดิษฐ์ม้วนยางอัตโนมัติแทนการใช้แรงงานคน จากวิทยาลัยเทคท่าหลวงซิเมนต์ไทยอนุสรณ์ เครื่องคัดแยกขนาดเม็ดยางสีสังเคราะห์ จากวิทยาลัยเทคนิคสระบุรี การประดิษฐ์ไฟฉาย LED จากวิทยาลัยเทคนิคท่าหลวงซิเมนต์ไทยอนุสรณ์ และการประดิษฐ์เสื้อเตือนภัยสำหรับตรวจจับกระแสไฟฟ้า จากวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ โดยได้มีการจัดสรรนักศึกษาจากสาขาต่างๆ เข้าร่วมฝึกปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นักศึกษาได้รับประโยชน์จากการฝึกอย่างสูงสุด สามาถนำความรู้และทักษะไปใช้ประโยชน์ในอาชีพหรือการศึกษาต่อไปในอนาคต กลุ่มประชาสัมพันธ์ 28 กุมภาพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะจัดประชุมองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

November 23, 2016 Leave a comment

1.jpg

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น จัดประชุมวิชาการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระดับภาค ระหว่างวันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2559 โดยมีดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมด้วย สมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ หน่วยสมาชิกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะครู และนักเรียน ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่ตระหนักถึงความสำคัญในการที่จะเตรียมคนให้ออกไปประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้วยความเชื่อมั่น ก้าวไปสู่สากลและประชาคมอาเซียน โดยให้นักศึกษาอาชีวศึกษาที่ศึกษา ในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทุกแห่ง ได้พัฒนาคุณภาพและความเป็นเลิศในวิชาชีพ ให้มีลักษณะ ความเป็นผู้นำ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบันซึ่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และพัฒนาให้สมาชิกขององค์กรเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อีกทั้งยังเป็นจุดเน้นของการอาชีวศึกษาเกษตร ที่ต้องการ เพิ่มประสิทธิภาพให้สมาชิก อกท. ได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาใช้ในวิชาชีพ เพื่อเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ สำหรับการประชุมวิชาการครั้งนี้ เป็นการประชุม อกท. ระดับภาค ของสมาชิกหน่วยต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นการคัดเลือกผลงาน และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ สาขาพืชศาสตร์ สาขาสัตวศาสตร์ สาขาช่างกลเกษตร สาขาศิลปะเกษตร สาขาอุตสาหกรรมเกษตร สาขาบริหารธุรกิจ สาขาประมง และสาขาวิชาพื้นฐาน ให้มีโอกาสนำผลงานมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งกันและกัน และนำผลงานไปร่วมการประชุมระดับชาติ ครั้งที่ 38 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-6 กุมภาพันธ์ 2560 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ​////// ​กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. ​23 พฤศจิกายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานและบรรยายพิเศษ การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติที่ สวนบัวรีสอร์ท จ.เชียงใหม่

October 8, 2016 Leave a comment

902837.JPG

เมื่อวันที่ เป็นประธานและบรรยายพิเศษ การประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ระดับหน่วยปฏิบัติ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขียงใหม่เขต 2 ณ โรงแรมสวนบัวรีสอร์ท จ.เชียงใหม่ โดยมี ดร.รตนภูมิ โนสุ ผอ สพป.เเชียงใหม่เขต 2 กล่าวรายงาน กลุ่มเป้าหมายคือผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ศึกษานิเทศก์ สาระของการบรรยายพิเศษได้นำเสนอแนวทางการดำเนินการนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ปีการศึกษา 2559 ลงลึกในรายละเอียดที่จะต้องดำเนินการต่อเนื่อง โดยได้กล่าวว่า ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ดำเนินการมาได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย เชิงให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้เชิงคิดวิเคราะห์ โดยเป้าหมาย คือต้องรู้ 60 เปอร์เซนต์ กับควรรู้ 40 เปอร์เซนต์ โดยกำหนดตัวชี้วัด ต้องรู้ต้องสอน และควรรู้ก็เพิ่มเติม โดยการออกข้อสอบในมิติต้องรู้. ผู้บริหารต้องให้บอกครูให้เข้าใจ สพฐ.ได้ดำเนินการไว้แล้ว มีพิมพ์เขียวหรือบลูปรินท์โครงสร้าง โดยกำหนดสื่อสารผ่านบอร์ดแคช G-Chat และบอร์ดแคช แชท โอ เน็ต การลงลึกในหัวใจของการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ประเด็นการเรียนรู้ เชิงบูรณาการ (ยกตัวอย่างเรื่องไฟป่า) ตรงกับตัวชี้วัดไหน มาตรฐานไหน โยงระดับช่วงชั้น ในมิติ. 4 H วิธีการออกแบบหลักสูตรในแต่ละชั้นต้องให้ออกแบบเข้าถึงตัวชี้วัด ต้องดึงครูให้ออกแบบให้รู้เรื่อง ที่ครูจะสอนให้เด็กเรื่องสีใบใบไม้ เรื่องที่สองต้องรู้เรื่องการประเมินผล หากสนใจเรื่องเดียวกัน(ยกตัวอย่างเรื่องใบไม้) และให้รู้วิธีคิดผังมโนทัศน์กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ คิดตีมเรื่อง เชื่อม 4 H แล้วผูกเรื่องให้ได้ตามกระบวนการ PDCA (ยกตัวอย่าง กิจกรรมการเรียนรู้การเพาะถั่วงอก การเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ลูกปะคบแก้วเก้าเซียน นิทานแปดบรรทัด) ทุกเรื่อง เขื่อม cognitive domain นอกจากนี้ ท่านได้ฝากนโยบายเรื่องเร่งด่วน นโยบายภาครัฐสู่กระทรวงศึกษาธิการ ไทยแลนด์ 4.0 แผนยุทธศาสตร์ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 บทบาทผู้บริหารสถานศึกษา พร้อมทั้งไ้ดเน้นย้เรื่องการอ่านออกเขียนได้ การสอนแจกลูกสะกดคำ การท่องสูตรคูณ การท่องอาขยาน (“แมวเอ๋ย แมวเหมียว…” TEPE ออนไลน์ ครูใหญ่ต้องทำให้ได้เป็นตัวอย่าง ทำให้ครูรู้. เขาจะเก่งกว่าเรา ต้องทำใจไว้และยินดีกับครู.และได้นำเสนอแนวทางการสื่อสารองค์กร G-Chat เพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกล่าวขอให้ช่วยกันรักษาภาพลักษณ์องค์กรการศึกษาของเรา กระทรวงของเรา สพฐ.ของเราทุกคน พร้อมทั้งกำชับให้ยึดมั่นในบทบาทผู้บริหารสถานศึกษา และยึดในผลประโยชน์ของการพัฒนาด็กเป็นสำคัญ หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่อาจเป็นผลกระทบเชิงลบต่อเด็กด้วย

07 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ประชาสัมพันธ์ สพฐ. ๒๙ กันยายน ๒๕๕๙

September 30, 2016 Leave a comment

สพม.6 อบรมเชิงปฏิบัติการการแนะแนวการศึกษาและอาชีพของสถานศึกษา ประจำปี 2559

900762.JPG

+ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการการแนะแนวการศึกษาและอาชีพของสถานศึกษา และการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาครูแนะแนวทุกโรงเรียนในสังกัดให้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถจัดกระบวนการแนะแนววิธีต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง สำรวจความสนใจ ความถนัดและมองเห็นเส้นทางชีวิตในอนาคต และวางแผนในการศึกษา และเพื่อส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอนเพื่อการมีงานทำหรือแบบทวิศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านวิชาชีพให้แก่ผู้เรียน และสร้างผู้เรียนให้เข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีคุณภาพ ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดฉะเชิงเทรา โรงเรียนป้อมนาคราชสวาทยานนท์ โรงเรียนสตรีวิทยา 2 วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ บริษัท ซี.พี.ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้เข้ารับการอบรมข้าราชการครูแนะแนวของทุกโรงเรียนในสังกัด สพม.6 อบรมระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน 2559 ณ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา (จันทรา…ภาพ/ข่าว)

สพม.34 ประชุมโครงการส่งเสริมนักเรียนผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา(โครงการเด็กดีมีที่เรียน)

900848.jpg

วันที่ 29 กันยายน 2559 กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 จัดประชุมโครงการส่งเสริมนักเรียนผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา(โครงการเด็กดีมีที่เรียน) ปีการศึกษา 2560 ให้แก่ บุคลากรทางการศึกษา ที่ทำหน้าที่ส่งเสริม ประสานงาน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 – 37 และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 40 คน ณ โรงแรมธาริน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดย นายสุพจน์ เจริญทรัพย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ประธานการประชุม ฯ นางสาวกิรณา โนนสินชัย ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก นายศักดิ์ชีวิน วัฒโล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 บรรยายพิเศษ ให้ความรู้ และข้อเสนอแนะ แก่ผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อให้นักเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นเด็กดี มีคุณธรรม และบำเพ็ญ ประโยชน์ สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และเมื่อจบการศึกษาจะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของประเทศและท้องถิ่น ต่อไป

ภาพ:ข่าว กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา

สพป.สตูล ประชุมเตรียมขยายผลโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น ฯ

900646.jpg

.วันที่ 28 กันยายน 2559 นายนิสิต ชายภักตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ให้การต้อนรับ ผศ.เพียงใจ ผลโภค อ.สมสวาท เจริญฤทธิ์ และ ดร.จุไรศิริ ชูรักษ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา พร้อมด้วยนายอัศวยุช เทศอาเส็น ผู้แทนจาก วชช.สตูล เพื่อประชุมประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อก้าวต่อไปในโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง

.มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา และวิทยาลัยชุมชนสตูล ได้เข้ามามีบทบาทสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง เพื่อสร้างองค์ความรู้สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น ให้แก่ให้สถานศึกษาในจังหวัดสตูลในพื้นที่เป้าหมาย

.โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น โดยสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 โดยจัดกิจกรรมมัคคุเทศก์น้อย ในโรงเรียนสังกัด สพป.สตูล จำนวน 2 โรง คือ โรงเรียนบ้านปากบารา และโรงเรียนอนุบาลมะนัง และ ปีงบประมาณ 2560 จะขยายผลการดำเนินการเพิ่มที่โรงเรียนอนุบาลทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยูงทองรัฐประชาสรรค์ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านส้านแดง อ.ควนกาหลง จ.สตูล

29 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

MOUว่าด้วยความร่วมมือยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการและยกระดับคุณภาพการศึกษาปฐมวัย ระหว่าง สพป.สิงห์บุรี กับ เทศบาลเมืองบางระจัน

September 24, 2016 Leave a comment

899352.jpg

บันทึกข้อตกลง (Memorandum of Understanding : MOU)ว่าด้วยความร่วมมือยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการและยกระดับคุณภาพการศึกษาปฐมวัย ระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี กับ เทศบาลเมืองบางระจัน

วันที่ ๒๓ เดือน กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ณ ห้องตะเพียนทอง ชั้น ๒ สำนักงานเทศบาลเมืองบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี โดย ดร.สุเมธี จันทร์หอม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธาน

ด้วย จังหวัดสิงห์บุรี มอบให้สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดติดตามการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัย ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ของหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัย ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสิงห์บุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ในที่ประชุมได้เสนอแนะให้ทั้ง ๓ หน่วยงานขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัยให้เกิดขึ้น อย่างเป็นระบบ มีส่วนร่วม ในนามของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี/สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสิงห์บุรี จึงมีแนวคิดในการเชื่อมต่อระหว่างการพัฒนาเด็กปฐมวัยอายุ ๒-๓ ปี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองบางระจัน กับ การพัฒนาเด็กปฐมวัยอายุ ๔-๕ ปี จึงจัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ ๒ ประการ คือ (๑) ร่วมกันจัดการศึกษาระดับปฐมวัยให้มีคุณภาพในเขตเทศบาลเมืองบางระจัน (๒)ร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลเมืองบางระจัน ในด้านการจัดการเรียนรู้ การนิเทศ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และด้านคุณภาพครูในการจัดทำบันทึกข้อตกลง MOU ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากผู้นำการขับเคลื่อนการศึกษาปฐมวัยของเทศบาลเมืองบางระจัน ได้แก่ นายอรรถพันธ์ โมรา นายกเทศมนตรีเมืองบางระจัน นายธนภัทร ใจภักดี ผู้อำนวยการกองการศึกษาเทศบาลเมืองบางระจัน/หัวหน้าสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองบางระจัน นางสมพิศ พงษ์พานิช หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอนุบาลบางระจัน และน.ส.กนกพร รัตนมณี หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนบ้านไม้ดัด ผู้นำการขับเคลื่อนการศึกษาปฐมวัยของสพป.สิงห์บุรี ได้แก่ ดร.สุเมธี จันทร์หอม ผอ.สพป.สิงห์บุรี/ศึกษาธิการจังหวัดสิงห์บุรี นายสุวรรณชัย ทองคำ รองผอ.สพป.สิงห์บุรี นายณัฏฐธีร์ บุญเขียวระยับ รองผอ.สพป.สิงห์บุรี นายนิกูล จิตรบรรพต รองผอ.สพป.สิงห์บุรี ดร.สิร์รานี วสุภัทร ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศฯ นายพลพิพัฒน์ สุระขันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี โรงเรียนศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบของจังหวัดสิงห์บุรี นายทรงวุฒิ โตโสภณ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบางระจัน โรงเรียนศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบเครือข่าย และผู้บริหารโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองบางระจัน วิทยากรจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้ ประกอบด้วย ฐานหนูน้อยรักษ์สุขภาพ ฐานกล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ฐานบล็อกสร้างสรรค์ และฐานเพลงเกมหรรษา เป็นครูปฐมวัยโรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรีจำนวน ๔ ท่าน ได้แก่ครูยุพิน ศุภนคร ครูนภา คุ้มครอง ครูยนพักพริ้ง นนธิจันทร์ ครูพีรนุช บุญซิ่ววงษ์ และโรงเรียนอนุบาลบางระจัน จำนวน ๒ ท่าน ได้แก่ ครูจินดา ศรีดำ และครูสุพัตรา ชูชาติ การต้อนรับ สถานที่จัดพิธี อาหารว่างอาหารกลางวัน และโสตทัศน์ศึกษาต่างๆ ได้รับความอนุเคราะห์จากเทศบาลเมืองบางระจัน นิทรรศการแสดงผลงานเด็กปฐมวัยจากศพด.เทศบาลเมืองบางระจัน โรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี และโรงเรียนอนุบาลบางระจัน

23 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ลำพูน เขต ๒ จัดกิจกรรมนำเสนอผลการดำเนินงานของสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด

September 20, 2016 Leave a comment

898008.JPG

ดร.สุวิทย์ มุกดาภิรมย์ ผอ.สพป.ลำพูน เขต 2 เป็นประธานดำเนินการ Acadamic Symposium 2016 กิจกรรมนำเสนอผลการดำเนินงานของสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสพป.ลำพูน เขต 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายหลักและนโยบายเร่งด่วนของคณะรัฐบาล เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนทุกแห่งได้นำรูปแบบนวัตกรรม เทคนิค วิธีการเรียน วิธีการสอน และวิธีการบริหารจัดการที่ได้พัฬนาจนประสบผลสำเร็จแล้วสามารถใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและกา่รจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน มานำเสนอในรูปแบบของนวัตกรรมที่พัฒนาผลงานที่เป็นเลิศ ที่เรียกว่า Best Practice เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในระดับโรงเรียน ระดับเครือสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งผู้บริหาร ครูและนักเรียน และเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้อย่างเป็นระบบในรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีที่หลากหลาย พร้อมกันนี้ดร.สุวิทย์ มุกดาภิรมย์ ผอ.สพป.ลำพูน เขต 2 ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่โรงเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนที่มีผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ และได้เยี่ยมชมและให้กำลังใจแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดที่จัดนิทรรศการ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 ณ สพป.ลำพูน เขต 2

20 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ