Archive

Posts Tagged ‘เศรษฐกิจพอเพียง’

อาชีวะร่วมจัดงาน “เสมาร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ : ฝึกอาชีพตามรอยพ่อ”

February 16, 2017 Leave a comment

DSC_3443.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมจัดงาน “เสมาร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ : ฝึกอาชีพตามรอยพ่อ”เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเผยแพร่องค์ความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมีนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด และดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษานำสถานศึกษาในสังกัด ร่วมงาน ณ บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ด้านข้างกระทรวงศึกษาธิการ

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้นำกิจกรรมมาร่วมในงานครั้งนี้ ได้แก่ การจัดนิทรรศการผลิตผล ผลิตภัณฑ์การจัดการอาชีวศึกษา อาทิ เมนูทรงโปรดรัชกาลที่ 9 โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา /ขนมจีนน้ำยา น้ำพริก หมี่กรอบ เฉาก๊วยโบราณ เค้กโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี /ผัดไทย และหมี่กรอบโบราณโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา /ขนมไทย เบเกอรี่ ซาลาเปาโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี / ต้นไม้ ไอศกรีม ผลไม้ ลำไยโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว / กาแฟโบราณโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช / ข้าวสารโดยวิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ / ผ้าไหมโดยวิทยาลัยสารพัดช่างสุรินทร์ / เครื่องไม้ ผลิตภัณฑ์จากไม้โดยวิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิดถ์ และวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร การสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาชีวศึกษา อาทิ เครื่องประดับเงิน ถมเงินโดยกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง / เครื่องหนังโดยวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ / ภาพวาดคนเหมือนโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี / ผลิตภัณฑ์ด้านคหกรรมและศิลปประดิษฐ์โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี / ขนมเปี๊ยะปิ้งกับลูกชุบโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี / ข้าวเม่าโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี และเครื่องแต่ง เครื่องหอม งานศิลปะโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา การฝึกอบรม 108 อาชีพ อาทิ การผสมเครื่องดื่มโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี / ยาดมสมุนไพรโดยวิทยาลัยสารพัดช่างกาญจนบุรี /สับปะรดผ้าไทยโดยวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครศรีอยุธยา /การประดิษฐ์ศิลปประดิษฐ์โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี /พวงกุญแจดอกทิวลิปโดยวิทยาลัยการอาชีพนายายอาม /ของชำร่วยและดอกไม้ประดิษฐ์โดยวิทยาลัยการอาชีพฝาง /การทำพุ่มทองน้อยด้วยเมล็ดข้าวเปลือกโดยวิทยาลัยสารพัดช่างชุมพร/ คอนเฟลกเพื่อสุขภาพโดยวิทยาลัยสารพัดช่างลพบุรี / การทำดอกกระเจียวจากริบบิ้นโดยวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง /กัมมี่ เยลลี่โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี /ข้าวเหนียวมูน 7 สีโดยวิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี / พานพุทธบูชาโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก / ช้างกระโอ๊บโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ / ธุรกิจเพาะต้นอ่อนทานตะวันโดยวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ / งานประดิษฐ์พวงกุญแจจากเศษผ้าโดยวิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช / การตกแต่งกระเป๋าด้วยกระดาษแนบกิ้นโดยวิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม/ สลัดโรลโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี /ขนมครกข้าวไรซ์เบอรี่โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล และการจัดตกแต่งสวนหย่อมบริเวณหน้างานโดยวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสารคาม ทั้งนี้ ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมฝึกอาชีพและเที่ยวชมงาน “เสมาร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ : ฝึกอาชีพตามรอยพ่อ”ระหว่างวันที่ 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2560 ตั้งแต่ 08.30 – 17.00 น. ณ บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ด้านข้างกระทรวงศึกษาธิการ

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 15 กุมภาพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

ศธ.นำเด็กและเยาวชนดีเด่นฯ เข้าพบนายกรัฐมนตรี

January 13, 2017 Leave a comment

page.jpg

เมื่อวันพุธที่ 11 มกราคม 2560 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ จำนวน 781 คน เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.ท. โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นเกียรติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า เด็ก เยาวชน และลูกหลานทุกคน คือผู้ขับเคลื่อนประเทศไทย และคำขวัญที่ได้มอบให้เด็กและเยาวชน “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” ก็เพื่อให้ทุกคนได้คำนึงถึงประเทศชาติด้วย โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการในฐานะทำหน้าที่ผลิตและจัดการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ตลอดจนระดับอุดมศึกษา และการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งตามยุทธศาสตร์ในช่วงปี 2559-2560 เป็นระยะของการเตรียมการเปรียบเสมือนการหว่านพืชหวังผลเก็บเกี่ยว ก็คือการสร้างเด็กและเยาวชนที่มีความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติเพื่อขับเคลื่อนประเทศในปี 2561 ตามแผนแม่บทของรัฐบาลต่อไป ในส่วนของเด็กและเยาวชน ขอให้ช่วยคิดในชั้นเรียน คิดอย่างเป็นระบบ และมีกระบวนการคิดในระยะยาวเพื่อพัฒนาตนเองในการเรียนรู้ในสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีที่วันหนึ่ง ๆ คิดเป็นร้อยเรื่องเพราะปัญหาประเทศมีจำนวนมาก และต้องบริหารประเทศอย่างไรเพื่อให้คนไทยกว่า 70 ล้านคนอยู่อย่างมีความสุข นอกจากนี้ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีจากการอ่านหนังสือ จึงขอฝากให้เด็ก ๆ แบ่งเวลาเพื่ออ่านหนังสือให้มากขึ้น เพราะจะทำให้เกิดกระบวนการคิดอย่างต่อเนื่อง และเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีกว่าการอ่านจากสื่ออินเทอร์เน็ตหรือ Youtube ซึ่งสื่อสารข้อความสั้น ๆ เพียง 3-4 บรรทัด ไม่ช่วยสื่อถึงความเป็นมาเป็นไปในเรื่องนั้น ๆ ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี ควรใช้ประโยชน์ในการค้นหาความรู้และถ่ายทอดความรู้สู่คนในครอบครัว ไม่ควรใช้เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว และไม่ควรจะเชื่อทุกเรื่องที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ควรต้องวิเคราะห์ก่อนที่จะเชื่อเรื่องใด ส่วนในเรื่องของภาษาอังกฤษ ควรปรับการเรียนการสอนโดยเน้นฝึกพูดประโยคสนทนาที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น และเด็ก ๆ ไม่ต้องอายที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติ เพราะเขาพยายามที่จะเข้าใจเราอยู่แล้ว โดยส่วนตัว เชื่อมั่นว่าการศึกษาของไทยไม่ได้ล้มเหลว และแม้ที่ผ่านมาจะเปลี่ยนรัฐมนตรีมาหลายคนก็ไม่กระทบมาก เพราะทุกอย่างอยู่ที่การบริหารจัดการ แผนงาน และเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งย้ำตลอดว่าให้สอนเด็กให้มีความรู้คู่คุณธรรม และผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ เช่น ผลิตคนโดยดูความต้องการของตลาดเป็นที่ตั้ง ประสานและหาข้อมูลความต้องการจากกระทรวงแรงงาน เพื่อผลิตให้เพียงพอและตรงกับสาขาที่ขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัยเพื่อรองรับการขับเคลื่อน Thailand 4.0, วิศวกรด้านต่าง ๆ รองรับการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ของประเทศ เป็นต้น ในส่วนของครูผู้สอน การอบรมครูที่ดำเนินการขณะนี้ อาจยังไม่ทันการณ์ ขอให้หาแนวทางปรับวิธีสอนของครูให้ดีขึ้น หรือนำครูที่มีชื่อเสียงมาสอนผ่านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการต้องพัฒนาขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนกับครูที่เก่งเหมือน ๆ กัน นอกจากนี้ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มข้อสอบเป็นคะแนนเสริมใน 2 ส่วน คือ 1) ข้อสอบเชิงคุณธรรมจริยธรรม 2) ข้อสอบเขียนประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วย ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวฝากให้ผู้ที่ได้รับรางวัลมีความภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนและประเทศชาติ พร้อมทั้งช่วยกันทำให้การศึกษาไทยดีขึ้นด้วยตัวของเราเองด้วย จากนั้น รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบโล่รางวัลให้แก่เด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกจากทุกสังกัดทั่วประเทศ จำนวน 781 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) เด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 552 คน ซึ่งคัดเลือกจากความประพฤติดี เรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์ ขยัน ประหยัด กตัญญูช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง และอุทิศตนเพื่อส่วน 2) เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 229 คน แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ 93 คน, ด้านศิลปะและดนตรี 50 คน, ด้านคุณธรรมจริยธรรม 23 คน, ด้านกีฬาและนันทนาการ 43 คน และด้านทักษะฝีมือ วิชาชีพ 20 คน

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวให้โอวาทมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การจัดงานวันเด็กและการนำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้กระทำความดีในด้านต่างๆ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชนในอนาคต และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนเอง ตลอดจนปลูกฝังให้มีส่วนร่วมในสังคม เป็นกำลังสำคัญของชาติ ตามคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2560 ที่ว่า “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” กระทรวงศึกษาธิการ ได้พยายามที่จะขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยในส่วนของการศึกษามีความเกี่ยวข้องใน 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งจะขออธิบายสรุปอย่างง่าย คือ 1) ด้านความมั่นคง ที่จะต้องส่งเสริมและสอนให้นักเรียนรู้ความเป็นมาของตนเอง รู้ประวัติศาสตร์ของชาติไทย สนับสนุนและช่วยเหลือการศึกษาในพื้นที่ชายขอบและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความพร้อมทุกด้านมากขึ้น 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างศักยภาพเด็กไทยในเวทีนานาชาติ เช่น การเพิ่มทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษางานวิจัย การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต การค้าขายกับต่างชาติ, การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์, การยกระดับอาชีวศึกษาให้เป็นมืออาชีพ เป็นต้น 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ คือการทำให้เด็กเก่ง โดยเริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา ที่จะต้องให้ได้เรียนกับครูที่ดีและเก่ง เพื่อหวังให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามเป้าหมายและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ขณะนี้ยังมีเด็กอีกกว่า 7 ล้านคน ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เป็นเด็กยากจน และไม่ได้มีโอกาสเท่ากับทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายพัฒนาโรงเรียนเหล่านี้ ที่เปรียบเสมือนโรงเรียน ICU กว่า 10,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้มีห้องเรียนที่เพียงพอ มีครูครบชั้น มีโรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบครัน 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม การดำเนินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ แน่นอนว่ายุทธศาสตร์ข้างต้นทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการปรับปรุงการทำงานของภาครัฐไปพร้อมกันด้วย และย้ำว่าต้องการให้เด็กทุกคนมีความฝัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อนำพาเด็กไปสู่ความฝันให้ได้ ดังเช่นคำที่นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ว่า “Education Pass” ที่จะทำให้การศึกษานำพาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลด้วย นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบจากรัฐบาลให้เร่งดำเนินการให้เด็กมีโอกาสได้เรียนกับครูที่เก่ง ๆ ครูที่ดี ๆ อย่างเท่าเทียมกันทั่วประเทศ จึงเตรียมการที่จะเชิญครูในสังกัดและครูจากภายนอกที่เก่งในแต่ละสาขาวิชามาช่วยสอน เช่น ครูพี่แนน ครูอุ๊ ครูสมศรี ครูลิลลี่ เป็นต้น โดยจะจัดทำในรูปแบบคลิปวีดิทัศน์เผยแพร่ในคลังความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการและทางสื่ออินเทอร์เน็ต ตลอดจนผลิตเป็นซีดีสื่อการสอนส่งให้กับโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนห่างไกลให้ได้เรียนรู้กับครูเก่งอย่างทั่วถึงมากขึ้น สิ่งสุดท้ายที่ต้องการฝากไว้กับเด็กและเยาวชนคือ ขอให้อ่านหนังสือให้มาก ๆ เพราะนักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง ๆ หรือคนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อ่านมาก ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังทำให้ได้เรียนรู้ว่าบรรพบุรุษได้คิดและสร้างอะไรไว้แล้วบ้าง แต่ก็ขอให้อ่านให้ถูก ไม่ควรอ่านเฉพาะข้อความสั้น ๆ ที่ส่งต่อมาทางไลน์หรือทางสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น เพราะสื่อเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เราเรียนรู้ได้ดีเท่ากับการอ่านหนังสือ สิ่งสำคัญคือ ขอให้ทุกคนขยันและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ ดังคำที่ว่า “Work Hard Be Nice” Cr.ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 11 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะขอใจร่วมเชียร์นักศึกษาอาชีวะลุ้นแชมป์แกะสลักน้ำแข็งจากหิมะ สมัยที่ ๘ ที่ฮาร์บิน ประเทศจีน

December 27, 2016 Leave a comment

1.jpg

นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะส่งทีมนักศึกษาอาชีวศึกษาจำนวน 3 ทีม ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมการแข่งขันการแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะนานาชาติ ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 4 – 7 มกราคม 2560 ในงาน “The 9th International Collegiate Snow Sculpture Contest 2017” ที่เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำหรับโจทย์และกติกาการแข่งขันนั้นแต่ละประเทศสามารถนำเสนอได้อย่างอิสระ โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเตรียมรูปแบบโมเดลในการนำเสนอผลงานดังนี้ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา จะใช้ผลงาน “The Heart of Thailand” ซึ่งมีแนวคิดจากพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ที่ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของประชาชนไทยทั้งประเทศ และประดิษฐ์กังหันชัยพัฒนาเพื่อใช้ในงานเกษตรกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะนำเสนอผลงาน “Water-Fish-Paddy Field- Rice” ในน้ำมีปลาในนามีข้าว โดยมีแนวคิดหลักที่จะสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี จะนำเสนอผลงาน “Sufficiency Economy” เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปร่วมแข่งขันในครั้งนี้ จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ส่งทีมนักศึกษาอาชีวศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะนานาชาติ ที่เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 จนกระทั่งปี พ.ศ.2560 ปรากฏว่า นักศึกษาอาชีวะได้รับรางวัลชนะเลิศมาครอง 7 ปีติดต่อกัน การไปร่วมการแข่งขันครั้งนี้นับเป็นการไปรักษาแชมป์สมัยที่ 8 อย่างไรก็ตามอาชีพแกะสลักน้ำแข็งเป็นอาชีพที่มีรายได้ค่อนข้างสูง เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะฝีมือจริง ๆ และนี่คือที่มาของคำที่พูดว่า “อาชีวะ ฝีมือชน คนสร้างชาติ” ซึ่งถือว่าก่อนหน้านี้สอศ. ได้สนับสนุนให้ทุกวิทยาลัยส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ทำกิจกรรมในสาขาที่เรียนอยู่ให้มากขึ้นทุกสาขา และได้จัดกิจกรรมการแข่งขันทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ในรูปแบบองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) เพื่อเฟ้นหาตัวแทนนักศึกษาที่มีความสามารถสูงสุดเพื่อเข้าสู่เวทีการประกวดและแข่งขันในระดับนานาชาติ เพื่อให้ผู้ที่เรียนอาชีวศึกษาเป็นผู้ที่มีทักษะฝีมือ มีความสามารถ และมีมาตรฐานวิชาชีพ สามารถทำงานสร้างรายได้ให้ตัวเองและครอบครัวได้ทันที ไม่ต้องรอจนเรียนจบ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าว

/// กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. 26 ธันวาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รวมข่าวการศึกษาสพป. วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๙

August 17, 2016 Leave a comment

สพป.นศ.๑ มอบเกียรติบัตรโรงเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง

887629.JPG

สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๑ ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดครั้งที่ ๔ /๒๕๕๙ ณ ณ ห้องประชุมบงกชรัตน์ ๓ โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช

นายประหยัด อนุศิลป์ ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๑ ประชุมผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดครั้งที่ ๔ /๒๕๕๙ เพื่อแจ้งข้อราชการในการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและส่งผลถึงผู้เรียนในการพัฒนาการศึกษา และลงนามในคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๙ โดยประธานเครือข่าย ทั้ง ๗ เครือข่ายพร้อมมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับโรงเรียนที่ดำเนินการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบรรลุเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน ๑๖๕ คน ประกอบด้วย รอง.ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๑ ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผอ.กลุ่ม/หน่วย/ศูนย์ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๙ //สุภาพร ดาราจิตร ภาพ/จรวยพร อัตปัญญา ข่าว

สพป.ระยอง เขต ๒ พร้อมรับการประเมินของสำนักติดตามฯ

887658.JPG

สพป. ระยองเขต ๒ พร้อมรับการประเมินจากสำนักติดตามฯ

สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการศึกษา โดยนางอรทัย มูลคำ ดร. อังคณา สุขเสวี และนางสาวปณิธิภัธน์ พรหมประสาธน์ ผู้ตรวจราชการ ออกติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการ การศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต ๒ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุมหลวงปู่คร่ำ สพป.ระยอง เขต ๒โดยมีนายธงชัย มั่นคง ผอ.สพป.ระยอง เขต ๒พร้อมคณะให้การต้อนรับ จากการประเมินตามมาตราฐานพบว่าสพป.ระยอง เขต ๒ มีผลงานที่เป็นนวัตกรรมมากมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนสอดคล้องกับคุณภาพเขตการศึกษาในบริบทเดียวกัน พร้อมคณะกรรมการขอชื่นชมระยอง เขต ๒ ในการมีผู้นำที่ดี นักคิด นักพัฒนา อย่างไม่หยุดยั้ง เอื้อต่อการทำงานเชิงรุก มีข้อมูลที่นำเสนอดี เรียบร้อย มีหลักฐานขอชื่นชม

มหกรรมการศึกษาสุพรรณบุรี ครั้งที่ ๑๐

887688.JPG

เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการศึกษาสุพรรณบุรี ครั้งที่ ๑๐ ณ อาคารโดม สพป.สุพรรณบุรี เขต ๑ โดยมี นายจักรพรรดิ์ จิตมณี ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต ๑ กล่าวรายงาน ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต ๑ เป็นเจ้าภาพ กำหนดให้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๕-๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต ๑ ภายในงานจะมีนิทรรศการการจัดการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย อาทิ การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โรงเรียนประชารัฐ สะเต็มศึกษา (Stem education) โรงเรียนสุจริต การดำเนินงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง (BBL) ค่านิยม ๑๒ ประการ กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๑ ผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นยังมีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการศึกษา และการแสดงดนตรีนาฏศิลป์ของนักเรียน

16 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ปข. ๒ ประชุมเชิงประปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งกิจกรรมสภานักเรียน สพป.ปข. ๒ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๙

881364.JPG

นายสมสันต์ ลือกำลัง ผอ.สพป.ปข. 2 เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงประปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งกิจกรรมสภานักเรียน สพป.ปข. 2 ประจำปีการศึกษา 2559 เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ความเป็นพลเมืองและวิถีประชาธิปไตย อันได้แก่ คาระวธรรม สามัคคีธรรม ปัญญาธรรม รวมทั้งหลักธรรมาภิบาล การมีจิตอาสาและพัฒนาตนเองได้ อย่างเต็มศักยภาพ อันจะส่งผลต่อคุณลักษณะอันพึงประสงค์ บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมก้าวสู่ความเป็นสากลและเตรียมคนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนโดยความร่วมมือของทุกภาคีเครือข่าย การดำเนินงานสภานักเรียนเปรียบเสมือนเวทีสำหรับฝึกให้นักเรียนเป็นนักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง คือ รู้จักการเป็นผู้ให้ ผู้รับ ผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความรับผิดชอบในหน้าที่และเป็นประโยชน์ในการปกครองโดยช่วยแบ่งเบาภาระของครูได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย มุ่งเน้นให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น เป็นสมาชิกที่ดีของสังคมและส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะ และเพื่อพัฒนาองค์กรนักเรียนให้เข้มแข็ง สามารถดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล อันเป็นวิถีชีวิตที่รัฐธรรมนูญวางไว้ได้ สามารถสร้างและเคารพกลไก กติกา การดำเนินงานองค์กรนักเรียนและมีส่วนร่วมในการพัฒนานักเรียนอย่างมีคุณค่าและสร้างสรรค์สังคมใหญ่ในอนาคตให้เป็นสังคมธรรมาภิบาลที่ยั่งยืน โดยมีคุณครูผู้รับผิดชอบงานสภานักเรียน 1 คน ประธานนักเรียน 1 คน และเลขานุการสภานักเรียน 1 คน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสามพระยา ชั้น 3 สพป.ปข. 2

29 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

หน่วยงาน สพป. ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙

สพป.ลพบุรี เขต ๒ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการขยายผลโรงเรียนคุณธรรม “คุณธรรมสร้างครู ครูสร้างเด็ก เด็กสร้างชาติ”

874931.jpg

เพื่อเป็นการสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เวลา 9.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ดร.ต่อศักดิ์ บุญเสือ ผอ.สพป.ลพบุรี เขต 2 เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการขยายผลโรงเรียนคุณธรรม “คุณธรรมสร้างครู ครูสร้างเด็ก เด็กสร้างชาติ” วัตถุประสงค์ เพื่อขยายผลโรงเรียนคุณธรรม ให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนในสังกัด สพป.ลพบุรี เขต 2 ตามนโยบายของรัฐบาล , เพื่อพัฒนาผู้บริหาร ครู และนักเรียน ให้มีคุณธรรมและจริยธรรมโดยใช้กระบวนการโครงงานคุณธรรมในการ “สร้างคนดี ให้บ้านเมือง” ตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผู้บริหารโรงเรียน ครู ในสังกัด สพป.ลพบุรี เขต 2 ทุกคน ระยะเวลาการฝึกอบรมฯ ระหว่างวันที่ 8 – 11 กรกฎาคม 2559 วิทยากรการฝึกอบรม ว่าที่ร้อยเอก อรรณพ คงสมนาม และคณะ ณ ห้องประชุม บุษบงกช โรงเรียนอนุบาลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ………งานประชาสัมพันธ์..ภาพ/รายงาน

โรงเรียนบ้านหินดาด สพป.นว 2 เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนและนำไปสู่อาชีพ

874902.jpg

โรงเรียนบ้านหินดาด สพป.นว 2 เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนและนำไปสู่อาชีพ ครูสังคม นำเด็กมัธยมคอยดูแล เลี้ยงไก่ เก็บไข่ ครูอนุบาล ทำหน้าที่สหกรณ์โรงเรียน นักเรียนมีอาหารกลางวันและนำความรู้ไปเป็นแนวทางการประกอบอาชีพ สนอง นโยบาย กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โรงเรียนบ้านหินดาด สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2 เป็นโรงเรียนขยายโอกาสมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบันมี นางปุณยวีร์ โพธิ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน โดยมี นายอรรถสิทธิ์ ปิยะวงศ์ นายพิเชษฐ์ โพธิ นายเฉลิมศักดิ์ ช่างประดิษฐ์ และ นายธวัชชัย จันทาสี เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ เบื้องหลังความประสบความสำเร็จ ในการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันของนักเรียน โรงเรียนบ้านหินดาดได้สมัครเข้าร่วมโครงการกับมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทซึ่งอยู่ในเครือของ บริษัท CPFโดยร่วมกับองค์การหอการค้าระหว่างประเทศไทย –ญี่ปุ่น สนับสนุนงบประมาณในการสร้างโรงเรือน พันธุ์ไก่ไข่ อุปกรณ์ กรงไก่ อาหารและเวชภัณฑ์ รวมถึงการอบรมให้ความรู้ในการดำเนินให้กับคณะครูและให้ความรู้ด้านการเลี้ยงไก่ไข่ ตลอดจนวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับผลผลิตไก่ไข่ ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นอาหารกลางวันให้นักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้การจัดการกับผลผลิตและสามารถนำไปเป็นอาชีพได้ เพื่อระบบบริหารจัดการกองทุนหมุนเวียนอาหารกลางวันแบบยั่งยืน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รายได้ที่ได้รับ นำไปเป็นกองทุนหมุนเวียนเพื่ออาหารกลางวันของนักเรียน และการจัดซื้อไก่ไข่ อาหาร และเวชภัณฑ์ในคราวต่อไป นับเป็นอีก 1 โครงการเด่น ของโรงเรียนบ้านหินดาด สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 2 ….. ข่าว /ภาพข่าว Takky Nattaya Aimsakul

สพป.สุพรรณบุรี เขต 3 พัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานครูโรงเรียนเอกชน

874967.jpg

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 จัดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานครูโรงเรียนเอกชนทุกโรงเรียน เมื่อวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2559 ที่โรงแรมสวนบวกหาด อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ที่ผ่านมา โครงการนี้ดร.ไพศาล ปันแดน ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 3 มีความมุ่งหวังเพื่อหลอมรวมอาชีพครู ทั้งจากสังกัดสพฐ.และสังกัดการศึกษาเอกชนให้เป็นหนึ่งเดียว คือ ครูในพื้นที่สุพรรณบุรี เขต 3 มีหน้าที่เหมือนกัน คือการพัฒนาเด็กนักเรียนในพื้นที่ให้มีความรู้ความสามารถ มีคุณภาพ และมีความประสงค์เป็นสื่อกลางให้ครูในโรงเรียนเอกชนจากโรงเรียนต่างๆ ได้รู้จัก มีความสนิทสนมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยจัดคณะวิทยากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพครูเอกชนออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกเป็นคณะที่กำกับดูแล ให้คำแนะนำ เพื่อให้โครงการดำเนินการไปตามวัตถุประสงค์ เช่น นายมนัส อ่วมวงษ์ ผอ.รร.วัดท่าเตียน นายเทียนชัย ยิ้มสมบูรณ์ ผอ.รร.วัดสามชุก นายสวัสดิ์ อินทรศักดิ์ ผอ.รร.วัดทุ่งแฝก นายเจริญ แก้วเรือง ผอ.รร.วัดดอนสำโรง นายวิจิตร เศรษฐสุข ผอ.รร.วัดสุวรรณตะไล นายวุฒิศักดิ์ เรียงมุลตรี ผอ.รร.วัดบ้านทึง และคณะวิทยากรชุดที่ 2 ซึ่งเป็นคณะวิทยากรที่จัดกิจกรรมเสริมให้ครูเอกชนตระหนักในอาชีพครู และเสริมสร้างพลังแห่งความสามัคคี ได้แก่ น.ส.เยาวลักษณ์ เอี่ยมประดิษฐ์ ผอ.รร.วัดหนองโรง นางอภิญญา สว่างศรี ผอ.รร.วัดดอนไร่ นางวชิรา แสนโกศิก ผอ.รร.บ้านพุน้ำร้อน น.ส.สุรางค์ เข็มเพชร ผอ.รร.บ้านหนองราชวัตร นายมานพ พุ่มสาขา ผอ.รร.วัดดอนประดู่ และคณะวิทยากรกิตติมศักดิ์ที่ให้ความรู้ได้แก่ ดร.ไพศาล ปันแดน ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 3 บรรยายพิเศษเรื่อง นโยบายการจัดการศึกษา คุณธรรม จิตสำนึกของครูมืออาชีพ นายณรงค์ พึ่งงาม รองผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 3 บรรยายพิเศษเรื่องสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เพื่อสร้างแรงเสริมความมุ่งมั่นได้พาครูเอกชนไปศึกษาดูงานระบบการบริหาร การจัดการ และการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ที่รร.หัวหินวิทยาลัย ซึ่งเป็นรร.เอกชน ในเครือข่ายของคณะนักบวช ซาเลเซียน ซึ่งมีนักเรียนจำนวนมากถึง 3,900 คนครู 200 คนเศษ ไปศึกษาดูงานที่บีคอนเฮ้าท์ เป็นรร.เอกชนนานาชาติชั้นนำอีกแห่งหนึ่งที่สอนสองภาษาตั้งแต่ชั้นอนุบาล

8 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.สุรินทร์ เขต ๓ จัดประชุมการขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๙

861091.jpg

นายคำปุ่น บุญเชิญ ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 3 ได้เป็นประธานเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ หัวข้อ การขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สพป.สุรินทร์ เขต 3 ทุกท่าน ซึ่งมีการกำหนดการประชุมในวันที่ 3-5 มิถุนายน 2559 จุดการประชุมแบ่งเป็น 6 จุด ครอบคลุมทั้ง 234 โรงเรียน ได้แก่ จุดอำเภอศรีณรงค์ ณ โรงเรียนบ้านตรวจ, จุดอำเภอบัวเชด ณ โรงเรียนบัวเชดวิทยา, จุดอำเภอสังขะ ณ โรงเรียนสังขะวิทยาคม, จุดอำเภอปราสาท ณ โรงเรียนบ้านทนง(รัฐราษฎร์วิทยา), จุดอำเภอพนมดงรัก ณ โรงเรียนบ้านรุน และ จุดอำเภอกาบเชิง ณ โรงเรียนกาบเชิงมิตรภาพที่ 190 โดยการดำเนินนโยบายมีจุดเน้น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านผู้เรียน (Health Head Heart Hand Happy) ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา (ประพฤติดี ปฏิบัติดี มีวัฒนธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง) และด้านบริหารจัดการ (ยกย่องคนดี มีหลักธรรมาภิบาล ประสานความร่วมมือ ถือประโยชน์ผู้เรียน เพียรใช้ ICT) ทั้งนี้ คณะทำงานประกอบด้วย นางธนานันต์ ดียิ่ง ผอ.โรงเรียนบ้านเจริญสุข, นางเปรมฤดี ทัดศรี ศึกษานิเทศก์ และ นางพรสวรรค์ ศิริวัฒน์ ครูโรงเรียนบ้านโชคนาสาม ได้อธิบายถึงจุดเน้นทั้ง 3 ด้าน ให้มีความละเอียด ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริหารสถาศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านมีความรู้ ความเข้าใจและสามารถนำจุดเน้นทั้ง 3 ด้านไปดำเนินปรับใช้กับการเรียน การสอนของตนได้ดียิ่งขึ้น

(กิ่งกาญจน์ นิมิตรัตนากร : ข่าว/ภาพ)

05 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ