Archive

Posts Tagged ‘แพร่’

อาชีวะร่วมจัดงาน “เสมาร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ : ฝึกอาชีพตามรอยพ่อ”

February 16, 2017 Leave a comment

DSC_3443.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมจัดงาน “เสมาร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ : ฝึกอาชีพตามรอยพ่อ”เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเผยแพร่องค์ความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมีนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด และดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษานำสถานศึกษาในสังกัด ร่วมงาน ณ บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ด้านข้างกระทรวงศึกษาธิการ

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้นำกิจกรรมมาร่วมในงานครั้งนี้ ได้แก่ การจัดนิทรรศการผลิตผล ผลิตภัณฑ์การจัดการอาชีวศึกษา อาทิ เมนูทรงโปรดรัชกาลที่ 9 โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา /ขนมจีนน้ำยา น้ำพริก หมี่กรอบ เฉาก๊วยโบราณ เค้กโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี /ผัดไทย และหมี่กรอบโบราณโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา /ขนมไทย เบเกอรี่ ซาลาเปาโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี / ต้นไม้ ไอศกรีม ผลไม้ ลำไยโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว / กาแฟโบราณโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช / ข้าวสารโดยวิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ / ผ้าไหมโดยวิทยาลัยสารพัดช่างสุรินทร์ / เครื่องไม้ ผลิตภัณฑ์จากไม้โดยวิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิดถ์ และวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร การสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาชีวศึกษา อาทิ เครื่องประดับเงิน ถมเงินโดยกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง / เครื่องหนังโดยวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ / ภาพวาดคนเหมือนโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี / ผลิตภัณฑ์ด้านคหกรรมและศิลปประดิษฐ์โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี / ขนมเปี๊ยะปิ้งกับลูกชุบโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี / ข้าวเม่าโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี และเครื่องแต่ง เครื่องหอม งานศิลปะโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา การฝึกอบรม 108 อาชีพ อาทิ การผสมเครื่องดื่มโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี / ยาดมสมุนไพรโดยวิทยาลัยสารพัดช่างกาญจนบุรี /สับปะรดผ้าไทยโดยวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครศรีอยุธยา /การประดิษฐ์ศิลปประดิษฐ์โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี /พวงกุญแจดอกทิวลิปโดยวิทยาลัยการอาชีพนายายอาม /ของชำร่วยและดอกไม้ประดิษฐ์โดยวิทยาลัยการอาชีพฝาง /การทำพุ่มทองน้อยด้วยเมล็ดข้าวเปลือกโดยวิทยาลัยสารพัดช่างชุมพร/ คอนเฟลกเพื่อสุขภาพโดยวิทยาลัยสารพัดช่างลพบุรี / การทำดอกกระเจียวจากริบบิ้นโดยวิทยาลัยสารพัดช่างระยอง /กัมมี่ เยลลี่โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี /ข้าวเหนียวมูน 7 สีโดยวิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี / พานพุทธบูชาโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก / ช้างกระโอ๊บโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ / ธุรกิจเพาะต้นอ่อนทานตะวันโดยวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ / งานประดิษฐ์พวงกุญแจจากเศษผ้าโดยวิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช / การตกแต่งกระเป๋าด้วยกระดาษแนบกิ้นโดยวิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม/ สลัดโรลโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี /ขนมครกข้าวไรซ์เบอรี่โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล และการจัดตกแต่งสวนหย่อมบริเวณหน้างานโดยวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสารคาม ทั้งนี้ ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมฝึกอาชีพและเที่ยวชมงาน “เสมาร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ : ฝึกอาชีพตามรอยพ่อ”ระหว่างวันที่ 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2560 ตั้งแต่ 08.30 – 17.00 น. ณ บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ด้านข้างกระทรวงศึกษาธิการ

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 15 กุมภาพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

ศธ.นำเด็กและเยาวชนดีเด่นฯ เข้าพบนายกรัฐมนตรี

January 13, 2017 Leave a comment

page.jpg

เมื่อวันพุธที่ 11 มกราคม 2560 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ จำนวน 781 คน เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.ท. โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นเกียรติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า เด็ก เยาวชน และลูกหลานทุกคน คือผู้ขับเคลื่อนประเทศไทย และคำขวัญที่ได้มอบให้เด็กและเยาวชน “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” ก็เพื่อให้ทุกคนได้คำนึงถึงประเทศชาติด้วย โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการในฐานะทำหน้าที่ผลิตและจัดการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ตลอดจนระดับอุดมศึกษา และการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งตามยุทธศาสตร์ในช่วงปี 2559-2560 เป็นระยะของการเตรียมการเปรียบเสมือนการหว่านพืชหวังผลเก็บเกี่ยว ก็คือการสร้างเด็กและเยาวชนที่มีความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติเพื่อขับเคลื่อนประเทศในปี 2561 ตามแผนแม่บทของรัฐบาลต่อไป ในส่วนของเด็กและเยาวชน ขอให้ช่วยคิดในชั้นเรียน คิดอย่างเป็นระบบ และมีกระบวนการคิดในระยะยาวเพื่อพัฒนาตนเองในการเรียนรู้ในสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีที่วันหนึ่ง ๆ คิดเป็นร้อยเรื่องเพราะปัญหาประเทศมีจำนวนมาก และต้องบริหารประเทศอย่างไรเพื่อให้คนไทยกว่า 70 ล้านคนอยู่อย่างมีความสุข นอกจากนี้ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีจากการอ่านหนังสือ จึงขอฝากให้เด็ก ๆ แบ่งเวลาเพื่ออ่านหนังสือให้มากขึ้น เพราะจะทำให้เกิดกระบวนการคิดอย่างต่อเนื่อง และเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีกว่าการอ่านจากสื่ออินเทอร์เน็ตหรือ Youtube ซึ่งสื่อสารข้อความสั้น ๆ เพียง 3-4 บรรทัด ไม่ช่วยสื่อถึงความเป็นมาเป็นไปในเรื่องนั้น ๆ ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี ควรใช้ประโยชน์ในการค้นหาความรู้และถ่ายทอดความรู้สู่คนในครอบครัว ไม่ควรใช้เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว และไม่ควรจะเชื่อทุกเรื่องที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ควรต้องวิเคราะห์ก่อนที่จะเชื่อเรื่องใด ส่วนในเรื่องของภาษาอังกฤษ ควรปรับการเรียนการสอนโดยเน้นฝึกพูดประโยคสนทนาที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น และเด็ก ๆ ไม่ต้องอายที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติ เพราะเขาพยายามที่จะเข้าใจเราอยู่แล้ว โดยส่วนตัว เชื่อมั่นว่าการศึกษาของไทยไม่ได้ล้มเหลว และแม้ที่ผ่านมาจะเปลี่ยนรัฐมนตรีมาหลายคนก็ไม่กระทบมาก เพราะทุกอย่างอยู่ที่การบริหารจัดการ แผนงาน และเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งย้ำตลอดว่าให้สอนเด็กให้มีความรู้คู่คุณธรรม และผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ เช่น ผลิตคนโดยดูความต้องการของตลาดเป็นที่ตั้ง ประสานและหาข้อมูลความต้องการจากกระทรวงแรงงาน เพื่อผลิตให้เพียงพอและตรงกับสาขาที่ขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัยเพื่อรองรับการขับเคลื่อน Thailand 4.0, วิศวกรด้านต่าง ๆ รองรับการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ของประเทศ เป็นต้น ในส่วนของครูผู้สอน การอบรมครูที่ดำเนินการขณะนี้ อาจยังไม่ทันการณ์ ขอให้หาแนวทางปรับวิธีสอนของครูให้ดีขึ้น หรือนำครูที่มีชื่อเสียงมาสอนผ่านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการต้องพัฒนาขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนกับครูที่เก่งเหมือน ๆ กัน นอกจากนี้ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มข้อสอบเป็นคะแนนเสริมใน 2 ส่วน คือ 1) ข้อสอบเชิงคุณธรรมจริยธรรม 2) ข้อสอบเขียนประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วย ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวฝากให้ผู้ที่ได้รับรางวัลมีความภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนและประเทศชาติ พร้อมทั้งช่วยกันทำให้การศึกษาไทยดีขึ้นด้วยตัวของเราเองด้วย จากนั้น รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบโล่รางวัลให้แก่เด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกจากทุกสังกัดทั่วประเทศ จำนวน 781 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) เด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 552 คน ซึ่งคัดเลือกจากความประพฤติดี เรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์ ขยัน ประหยัด กตัญญูช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง และอุทิศตนเพื่อส่วน 2) เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 229 คน แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ 93 คน, ด้านศิลปะและดนตรี 50 คน, ด้านคุณธรรมจริยธรรม 23 คน, ด้านกีฬาและนันทนาการ 43 คน และด้านทักษะฝีมือ วิชาชีพ 20 คน

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวให้โอวาทมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การจัดงานวันเด็กและการนำเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้กระทำความดีในด้านต่างๆ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชนในอนาคต และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนเอง ตลอดจนปลูกฝังให้มีส่วนร่วมในสังคม เป็นกำลังสำคัญของชาติ ตามคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2560 ที่ว่า “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” กระทรวงศึกษาธิการ ได้พยายามที่จะขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยในส่วนของการศึกษามีความเกี่ยวข้องใน 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งจะขออธิบายสรุปอย่างง่าย คือ 1) ด้านความมั่นคง ที่จะต้องส่งเสริมและสอนให้นักเรียนรู้ความเป็นมาของตนเอง รู้ประวัติศาสตร์ของชาติไทย สนับสนุนและช่วยเหลือการศึกษาในพื้นที่ชายขอบและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความพร้อมทุกด้านมากขึ้น 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างศักยภาพเด็กไทยในเวทีนานาชาติ เช่น การเพิ่มทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษางานวิจัย การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต การค้าขายกับต่างชาติ, การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์, การยกระดับอาชีวศึกษาให้เป็นมืออาชีพ เป็นต้น 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ คือการทำให้เด็กเก่ง โดยเริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา ที่จะต้องให้ได้เรียนกับครูที่ดีและเก่ง เพื่อหวังให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามเป้าหมายและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ขณะนี้ยังมีเด็กอีกกว่า 7 ล้านคน ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เป็นเด็กยากจน และไม่ได้มีโอกาสเท่ากับทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายพัฒนาโรงเรียนเหล่านี้ ที่เปรียบเสมือนโรงเรียน ICU กว่า 10,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้มีห้องเรียนที่เพียงพอ มีครูครบชั้น มีโรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบครัน 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม การดำเนินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ แน่นอนว่ายุทธศาสตร์ข้างต้นทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการปรับปรุงการทำงานของภาครัฐไปพร้อมกันด้วย และย้ำว่าต้องการให้เด็กทุกคนมีความฝัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อนำพาเด็กไปสู่ความฝันให้ได้ ดังเช่นคำที่นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ว่า “Education Pass” ที่จะทำให้การศึกษานำพาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลด้วย นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบจากรัฐบาลให้เร่งดำเนินการให้เด็กมีโอกาสได้เรียนกับครูที่เก่ง ๆ ครูที่ดี ๆ อย่างเท่าเทียมกันทั่วประเทศ จึงเตรียมการที่จะเชิญครูในสังกัดและครูจากภายนอกที่เก่งในแต่ละสาขาวิชามาช่วยสอน เช่น ครูพี่แนน ครูอุ๊ ครูสมศรี ครูลิลลี่ เป็นต้น โดยจะจัดทำในรูปแบบคลิปวีดิทัศน์เผยแพร่ในคลังความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการและทางสื่ออินเทอร์เน็ต ตลอดจนผลิตเป็นซีดีสื่อการสอนส่งให้กับโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนห่างไกลให้ได้เรียนรู้กับครูเก่งอย่างทั่วถึงมากขึ้น สิ่งสุดท้ายที่ต้องการฝากไว้กับเด็กและเยาวชนคือ ขอให้อ่านหนังสือให้มาก ๆ เพราะนักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง ๆ หรือคนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อ่านมาก ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังทำให้ได้เรียนรู้ว่าบรรพบุรุษได้คิดและสร้างอะไรไว้แล้วบ้าง แต่ก็ขอให้อ่านให้ถูก ไม่ควรอ่านเฉพาะข้อความสั้น ๆ ที่ส่งต่อมาทางไลน์หรือทางสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น เพราะสื่อเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เราเรียนรู้ได้ดีเท่ากับการอ่านหนังสือ สิ่งสำคัญคือ ขอให้ทุกคนขยันและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ ดังคำที่ว่า “Work Hard Be Nice” Cr.ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 11 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รวมข่าว สพฐ. วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙

September 29, 2016 Leave a comment

มูลนิธิพิณแก้ว : ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญผู้สนใจดาวน์โหลด (ฟรี) หนังสือชุด จินตคีตา

มูลนิธิพิณแก้ว มีความประสงค์จะเผยแพร่ความรู้พื้นต่างๆ ทางดนตรีสากล ในชุด “จินตคีตา” ซึ่งได้เรียบเรียงขึ้นโดย นายสุขสันต์ ทองประสิทธิ์ (นามปากกา “ส.พิณแก้ว”)

ท่านผู้สนใจสามารถเข้าดาวน์โหลดได้ฟรีที่ลิงค์นี้… https://sites.google.com/site/ghfthailand/home/page2/download-book

และท่านสามารถบริจาคสนับสนุนมูลนิพิณแก้วได้ตามกำลังศรัทธา ตามช่องทางดังรายละเอียดในลิงค์นี้….https://sites.google.com/site/ghfthailand/home/supporting

ขอได้รับความขอบคุณจากมูลนิธิพิณแก้ว

นายสุขสันต์ ทองประสิทธิ์ (ส.พิณแก้ว)

เลขาธิการมูลนิธิพิณแก้ว

. ‹ เรียกสอบราคาจ้างเหมารถยนต์บัสรับส่งนักเรียนเพื่อไปทัศนศึกษาและเข้าค่าย ปีงบประมาณ 2560 มูลนิธิพิณแก้ว : ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญผู้สนใจสมัครเรียนออนไลน์ หลักสูตร “เตรียมคุณครูอาสา (ดนตรีสากล) แนวทางจินตคีตา” ›

ลำปาง ๑ จัดงานกตเวทิตาจิต เกียรติของชีวิต ให้กับข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ

900881.JPG

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 จัดงาน “เกียรติของชีวิต” ให้กับข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้างประจำ ประจำปี 2559 จำนวน 125 คน ในวันที่ 29 กันยายน 2559 ณ ห้องประชุมคุรุมนตรี โดยมีนายสุทิน แก้วพนา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศึกษาธิการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธี โดยมี นายประสิทธิ์ พรมศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 เป็นผู้กล่าวรายงาน

งานแสดงกตเวทิตาจิตผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2559 จัดขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษาและลูกจ้างประจำ ที่ได้ตั้งใจปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญา เป็นระยะเวลายาวนานในการรับราชการจวบจนเกษียณอายุราชการ

ผุสดี เครือสาร ภาพ/ข่าว

โรงเรียนบ้านบึงงาม สพป.สุโขทัย เขต 2 รับรอบห้องคอมพิวเตอร์เฉลิมพระเกียรติฯ

900650.JPG

โรงเรียนบ้านบึงงาม สพป.สุโขทัย เขต 2 รับรอบห้องคอมพิวเตอร์เฉลิมพระเกียรติฯ

++++ โรงเรียนบ้านบึงงาม อำเภอศรีนคร สพป.สุโขทัย เขต 2 ซึ่งมี นายสำราญ จงอยู่เย็น เป็นผู้บริหารโรงเรียน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาคส่วนราชการ และ เอกชน โดยการประสานการจัดหางบประมาณโดย พันเอกฐานพัฒน์ ฉัตรเมืองปัก เพื่อดำเนินการปรับปรุงห้อง ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ และ จัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อจัดทำเป็นห้องคอมพิวเตอร์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้มีพิธีมอบห้องคอมพิวเตอร์ โดย พลเอกอำนาจ สีมาก รองผู้บังคับกองพันส่งกำลังและบริการที่ 23 จังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธี ในการนี้ นายสัมพันธ์ จิตรธร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 เป็นผู่้แทนเขตพื้นที่ร่วมเป็นเกียรติ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปร่วมงานดังกล่าว…….(ประชาสัมพันธ์…ภาพ/ข่าว)

28 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ต้นแบบสถานศึกษาขนาดเล็กอาชีวศึกษา ๒๕๕๙

September 22, 2016 Leave a comment

4.jpg

ดร.ชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยถึงการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาขนาดเล็กให้ได้มาตรฐานอาชีวศึกษา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ว่าสำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา ได้ปรับรูปแบบและกลยุทธ์ในการบริหารจัดการเพื่อสร้างเสริมคุณภาพสถานศึกษาขนาดเล็กของอาชีวศึกษา โดยมีเกณฑ์จำนวนผู้เรียนไม่เกิน ๖๐๐ คน ซึ่งมีสถานศึกษา รวมจำนวนทั้งสิ้น 104 แห่ง โดยวาง แนวทางการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและสถานประกอบการ การบริหารจัดการครูและผู้เรียน ให้มีการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ หรืองานวิจัยที่สามารถไปใช้ประโยชน์ได้จริง รวมถึงการพัฒนาและดูแลห้องเรียนห้องปฏิบัติวิชาชีพ โรงฝึกงานให้มีอุปกรณ์เรียน การสอน ที่พร้อมใช้งานและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อย่างเป็นระบบ ให้สถานศึกษามีฐานข้อมูลสารสนเทศ ที่เป็นปัจจุบัน รวมถึงการบริหารจัดการสถานศึกษาให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาตามผลการประเมินคุณภาพภายใน และผลการประเมินคุณภาพภายนอก รอบ 3 โดย สมศ. (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน)

รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวต่อไปว่า สอศ. จึงได้จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทาง การพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาให้ได้มาตรฐานเท่าเทียมสถานศึกษาขนาดกลางและขนาดใหญ่ ในวันที่ 21 กันยายน2559 ณ ห้องประชุมวายุภักษ์แกรนด์บอลรูม ชั้น ๔ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาขนาดเล็กให้ได้มาตรฐานอาชีวศึกษา การเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาขนาดเล็กให้ได้มาตรฐานอาชีวศึกษา และการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของวิทยาลัยต้นแบบที่มีผลสัมฤทธิ์บรรลุตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และตัวชี้ความสำเร็จ รวมทั้งมีการมอบโล่และเกียรติบัตรแก่สถานศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกเป็นสถานศึกษาต้นแบบ ซึ่งในปีนี้มีสถานศึกษาขนาดเล็กที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบ 5 วิทยาลัย ได้แก่ 1. วิทยาลัยการอาชีพสอง จังหวัดแพร่ 2. วิทยาลัยสารพัดช่างราชบุรี จังหวัดราชบุรี 3. วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ 4. วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา และ5. วิทยาลัยสารพัดช่างแพร่ จังหวัดแพร่

กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 21 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สำนักงานลูกเสือจังหวัดอุตรดิตถ์เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดชุมนุมลูกเสือ เฉลิมพระเกียรติฯ ภาคเหนือ

September 8, 2016 Leave a comment

894625.JPG

สำนักงานลูกเสือแห่งชาติมอบให้สำนักงานลูกเสือจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเจ้าภาพจัดงานชุมนุมลูกเสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถองค์อุปถัมภ์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ ในโอกาสฉลองพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 โดยเป้าหมายจัดการชุมนุมใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถองค์อุปถัมภ์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ ในโอกาสฉลองพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2454 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ และเพื่อให้ลูกเสือได้มาอยู่ค่ายพักแรม ประกอบกิจกรรมร่วมกัน อันนำมาซึ่งความรัก ความสามัคคี เสริมสร้างความมีระเบียบวินัย ความมีคุณธรรม จริยธรรม เพิ่มพูนทักษะ พัฒนาสติปัญญา และความรู้เพื่อความเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 ในนามสำนักงานลูกเสือจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับมอบให้เป็นเจ้าภาพจัดการชุมนุมลูกเสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ภาคเหนือ และเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2559 นายอมรศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 เป็นประธานการประชุมผู้แทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ณ ห้องประชุมค่ายลูกเสือจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการและการนำลูกเสือเข้าร่วมชุมนุม กำหนดจัดการชุมนุมในระหว่างวันที่ 14 – 18 กันยายน 2559 ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งจะมีผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง นครสวรรค์ กำแพงเพชร อุทัยธานี พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิจิตร ลำพูน สุโขทัย พิษณุโลก ตาก และอุตรดิตถ์ เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้กว่า 3,000 คน กรรณิกา : ภาพ/ข่าว/รายงาน

07 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนร่วมและเรียนรวม ประจำปี ๒๕๕๙

September 7, 2016 Leave a comment

894213.jpg

สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ จัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลงานทางวิชาการ (Symposium) การจัดการเรียนร่วมและเรียนรวม ประจำปี ๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๙ ณ หอประชุมพิมานพรหม สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ นางวิไลลักษณ์ จุลเสริม รอง ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ เป็นประธานและบรรยายพิเศษ การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลงานทางวิชาการ (Symposium) การจัดการเรียนร่วมและเรียนรวม ประจำปี ๒๕๕๙ เพื่อให้โรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม และโรงเรียนต้นแบบจัดการเรียนรวม ได้นำผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการเรียนรวมได้เสนอผลงานต่อสาธารณชน และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ที่เป็น Best Practice ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการเรียนรวม ด้านการจัดการเรียนการสอนเด็กพิการเรียนรวม ด้านการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เกี่ยวกับจัดการเรียนรวม และการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรวมโดยใช้กระบวนการวิจัย ซึ่งมีผู้บริหารและครูในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม และโรงเรียนต้นแบบการเรียนรวม โรงเรียนในเครือข่ายจัดการเรียนร่วม จำนวน ๒๐๒ คน ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปัจจุบันการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของไทยต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้แสดงเจตนารมณ์ในการยกระดับการศึกษาของประชาชนให้สูงขึ้น ได้กำหนดสิทธิและโอกาสของประชาชนในการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี ที่รัฐตัองจัดให้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เด็กและเยาวชนพิการทุกประเภทมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ ในการได้รับโอกาสและบริการทางการศึกษาที่หลากหลายอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้คนพิการสามารถดำรงชีวิต อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามศักยภาพของแต่ละบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๑ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการในรูปแบบการจัดการเรียนร่วม มีความตระหนักในการช่วยเหลือ ส่งเสริม พัฒนาให้โรงเรียนในสังกัดสามารถจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ตามที่พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดไว้ในมาตรา ๑๙

06 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ยะลา เขต ๑ จัดโครงการพัฒนากิจการลูกเสือเพื่อคุณธรรมการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ หลักสูตรวิชาผู้กำกับลูกเสือสามัญ ขั้นความรู้ชั้นสูง (A.T.C.) รุ่นที่ ล.ส.ยล.๐๑/๒๕๕๙

August 26, 2016 Leave a comment

890461.JPG

วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ ดร.อาดุลย์ พรมแสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนากิจการลูกเสือเพื่อคุณธรรมการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ หลักสูตรวิชาผู้กำกับลูกเสือสามัญ ขั้นความรู้ชั้นสูง (A.T.C.) รุ่นที่ ล.ส.ยล.๐๑/๒๕๕๙ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕ – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ การจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีความรู้ ความเข้าใจและทักษะในกระบวนการลูกเสือ และเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีคุณธรรม จริยธรรม สามารถนำความรู้ และทักษะในกระบวนการลูกเสือไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ เพื่อเผยแพร่กิจการลูกเสือให้กว้างขวางขึ้นและสนับสนุนกิจการลูกเสือได้อย่างเหมาะสม โดยมีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น จำนวน ๗๐ คน ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดยะลา

25 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ