Archive

Archive for April, 2016

ช่วยเด็ก

ai9698bajb6dceg76aa86.jpg

“เราน่าจะเรียนอะไร เราถนัด หรือทำงานแบบไหนได้ดี อะไรคืออาชีพที่เราใฝ่ฝันอยากทำเมื่อเราโตขึ้น” คำถามเหล่านี้เป็นโจทย์ยากสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลการเรียนเป็นบรรทัดฐานหลักที่ใช้วัดความสามารถของเด็ก ศักยภาพด้านอื่นๆ ที่ไม่ปรากฏในผลการเรียนจึงมีแนวโน้มจะถูกมองข้าม หรือไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร เมื่อเด็กนักเรียนต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางเรียนต่อเป็นครั้งแรก หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จึงมีโอกาสที่จะเลือกตามเพื่อน ตามความเห็นผู้ปกครอง ตามกระแสความนิยม หรือเลือกโดยไม่ได้คิดเชื่อมโยงถึงผลในอนาคต ซึ่งส่งผลให้ต้องไปเรียนในเรื่องที่ตนขาดความสนใจ ขาดความถนัด เรียนในสิ่งที่จบมาแล้วไม่ได้ต้องการทำ หรือเลือกผิดทำให้ขาดโอกาสเรียนต่อเพื่อทำในสิ่งที่ตนสนใจ เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสค้นพบตัวเองและแนวทางอาชีพที่เหมาะกับตัวเอง ก่อนที่จะต้องตัดสินใจเลือกทางเดินเพื่อเรียนต่อ ซัมซุง จึงพัฒนาการศึกษา โดยเปิดตัว Web Application นวัตกรรม Samsung Career Discovery ‘ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ’ เพื่อให้เด็กได้ค้นพบศักยภาพตัวเอง สามารถวางแผนอาชีพ สู่ความสำเร็จในอนาคต เป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตขึ้น และใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงได้อย่างดีมีความสุขโดยขับเคลื่อนผ่านแนวคิดห้องเรียนแห่งอนาคต ทดสอบใช้กับเด็กมัธยมต้นแล้ว 2,200 คน ได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม ล่าสุดจับมือ สพฐ. และ กทม.ฝึกอบรมครูจากโรงเรียนกว่า 500 โรง ในปี 2559 ก่อนใช้กับโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศ เจษฎากร ต้ะสุ หรือน้องอ่ำ นักเรียนชั้น ม.4 ร.ร.อุดมสิทธิศึกษา อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เล่าว่า ได้เข้าร่วมโครงการ Samsung Smart Learning Center ตั้งแต่ปี 2557 เพราะอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนอาจารย์เลยให้ลองใช้ Samsung Career Discovery ซึ่งประกอบด้วยเว็บแอพพลิเคชั่นและกระบวนการในห้องเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Samsung Smart Learning Center ซึ่งโครงการจะสอนหลายๆ อย่างทั้งในเรื่องอาชีพ และการเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ได้เรียนรู้การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เมื่อก่อนจะเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนเท่าไหร่ แต่พอได้เข้าร่วมโครงการ เขาก็สอนให้เรา มีความเป็นผู้นำมากขึ้นให้รู้จักกล้าคิดกล้าทำและมีความมั่นใจมากขึ้น “โดยส่วนตัวชอบด้านการพูดการแสดงอยู่แล้ว พอลองใช้ app แล้วมีแนวโน้มว่า จะได้เป็นในสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว จึงยิ่งชี้ชัดว่ามาถูกทางแล้ว และต้องพยายามในด้านไหน ถึงจะสามารถเป็นในสิ่งที่ตนต้องการได้ อย่างเช่นอาชีพที่สนใจคืออาชีพพิธีกร ผู้ประกาศข่าวนักแสดง ปัจจุบัน เรียนอยู่ชั้น ม.4 สายวิทย์คณิต เพราะคิดว่าเรียนวิทย์คณิตแล้ว จะสามารถไปเรียนต่อได้หลายทิศทาง คณะในฝันคือคณะนิเทศศาสตร์ เพราะอยากเข้าวงการบันเทิงอยากเป็นพิธีกร อ่านข่าว มีการเตรียมความพร้อมโดยการดูตามโซเชียลต่างๆ ว่า การศึกษาพัฒนาไปถึงไหนแล้วและพยายามตามให้ทัน และพัฒนาตัวเองไปในตัวด้วย ในการเข้าร่วมโครงการทำให้ได้เห็นจุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง มีจุดด้อยทางด้านภาษา จึงพยายามฝึกฝนมากขึ้น เพราะภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่ว่าจะอาชีพไหนๆ ก็ตาม จึงพยายามพัฒนาตัวเองทางด้านนี้มากยิ่งขึ้น” น้องอ่ำ กล่าว รุจิรัตน์ ปิติพิสุทธิ์ หรือน้องแก้ว อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 ร.ร.อุดมสิทธิศึกษา อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เล่าว่า ตั้งแต่เข้าโครงการนี้เขาจะสอน การเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน ที่มีคุณครูเป็นคนออกแบบการเรียน กับเด็กๆ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จะเป็นการเรียนรู้ที่เน้นทักษะมากกว่าวิชาการไม่ว่าจะเป็นทักษะชีวิตเพื่อผู้เรียนจะได้นำไปใช้ในชีวิตจริง ซึ่งแตกต่างจากการเรียนรู้ในห้องเรียนธรรมดาเพราะ การเรียนรู้ในห้องเรียนแบบธรรมดาครูจะเป็นผู้สอนพอเราไม่เข้าใจเราก็จะแค่ถามแล้วครูก็จะอัดแน่นด้วยทฤษฎีและมีการทดลอง แต่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ร่วมกันการทำงานเป็นกลุ่มทักษะชีวิตการทำงานการใช้สื่อและการค้นคว้าด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่เราศึกษาด้วยความสนใจ ในยุคปัจจุบันที่เด็กๆ ส่วนใหญ่จะติดมือถือและเครื่องมือสื่อสารเด็กจึงสามารถใช้ เครื่องมือสื่อสาร ได้จึงอยากจะให้ใช้ไปในทางที่ดี ในเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างผลงาน ทำในสิ่งที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ในการร่วมโครงการเขามีความสนใจในอาชีพแอร์โฮสเตส แต่มีปัญหาทางด้านความสูง จึงนำมาปรับใช้ โดยการพัฒนา โดยการเล่นโยคะยืดความสูง และฝึกภาษาโดยฟังเพลงอังกฤษเพื่อที่จะฝึกพูดและดูแนะแนวอาชีพโฮสเตสใน application Samsung Careerr Discovery ว่าเขาพูดกันอย่างไรฝึกการพูดและความกล้าแสดงออก ในทุกๆวันและนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเอง ฝึกการออกเสียงและสำเนียง ปัจจุบันอยากจะพูดให้ได้ 3 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เพราะอาชีพแอร์โฮสเตส ยิ่งเราพูดได้หลายภาษา ก็จะยิ่งมีผลดีต่อตัวเรา น้องแก้วฝากทิ้งท้ายว่าอยากให้เยาวชนและเด็กรุ่นใหม่ผู้ที่ยังไม่ค้นพบตัวเอง ได้ลองใช้เพื่อที่จะไปปรับใช้ เพื่อความเหมาะสมในการเรียน ที่จะนำไปสู่อาชีพที่ตนถนัด เพื่อเป็นบ่อเกิดของการมีความสุขเพราะถ้าหากเราได้ทำงานที่เราถนัดเราก็จะมีความสุข ในการทำงานนั้นๆ ด้วย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.samsungslc.org/scd

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements

สพป.สตูล จัดมหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “โครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”

850224.JPG

วันที่ 28 เมษายน 2559 นายวินัย ชัยชนะ รอง ผอ.สพป.สตูล เป็นประธานเปิดงานมหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลงาน โครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล จัดขึ้นที่โรงเรียนบ้านคลองขุด อ.เมือง จ.สตูล เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน ให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างหลากหลาย นักเรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ทักษะ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น สนองนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้มีคุณภาพตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ

กิจกรรมในงานครั้งนี้ ประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการผลงานนักเรียนที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมเพิ่มเวลารู้ของโรงเรียนนำร่อง/โรงเรียนคู่ขนาน 34 โรงเรียน การสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ของผู้บริหารโรงเรียนนำร่อง/โรงเรียนคู่ขนาน การจัดฐานแลกเปลี่ยนประสบการณ์จัดกิจกรรมเพิ่มเวลารู้จากโรงเรียนนำร่อง/โรงเรียนคู่ขนาน โดยมีผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน จากโรงเรียนนำร่อง/โรงเรียนคู่ขนานโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จำนวน 34 โรงเรียน และโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในปีการศึกษา 2559 จำนวน 80 โรงเรียน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกิจกรรมดังกล่าวด้วยความสนใจอย่างยิ่ง

ขณะที่ นายปริญญา ดำเต๊ะ ผอ.ร.ร.อนุบาลละงู โรงเรียนนำร่องโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนการบริหารจัดการฯ กล่าวว่า ที่โรงเรียนอนุบาลละงู จัดกิจกรรมเพิ่มเวลารู้อย่างหลากหลายทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น โดยสนองต่อการพัฒนานักเรียนตามเป้าหมาย 4 H (Head/Heart/Hands/Health) และยังพบว่ากิจกรรมเพิ่มเวลารู้ ทำให้นักเรียนมีความสุขที่ได้ทำกิจกรรมเรียนรู้ต่าง ๆ ตามความชอบความถนัด/สนใจ นักเรียนเกิดการคิด การวิเคราะห์ มีทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขยันมาเรียนหนังสือ อีกทั้งยังส่งผลให้คะแนนโอเน็ตปีนี้สูงขึ้นอีกด้วย

ด้านนางมิลันตี ภักดี ครูผู้สอนสาระสังคมศึกษา ร.ร.อนุบาลเมืองสตูล กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเพิ่มเวลารู้ เน้นกิจกรรมเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ในท้องถิ่น เกิดความภูมิใจในสิ่งที่ทำ อยากบอกว่ากิจกรรมเพิ่มเวลารู้ทำให้ครูสนุกกับการเรียนรู้ไปกับนักเรียน รวมถึงผู้ปกครองก็ให้ความสำคัญให้ความร่วมมือเข้ามามีส่วนร่วมในการเสริมความรู้ให้นักเรียนด้วย

สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ได้ขับเคลื่อนนโยบายโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 มีโรงเรียนนำร่อง จำนวน 17 โรงเรียน โรงเรียนคู่ขนาน จำนวน 17 โรงเรียน และในปีการศึกษา 2559 จะดำเนินการขยายโรงเรียนเข้าร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เพิ่มอีก 80 โรงเรียน เพื่อสนองนโยบายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

28 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าว สพป. เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๙

ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ จ.ปทุมธานี

850206.JPG

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 นายพัฒนะ งามสูงเนิน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี

เขต 1 ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

จังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 4/2559 ณ ห้องบัวหลวง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี โดยมีนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการ

จังหวัดปทุมธานี เป็นประธานการประชุม ซึ่งก่อนวาระการประชุมมีพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่โรงเรียนที่สถาบันทดสอบ

ทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) ได้ประกาศผลการสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET) ปีการศึกษา 2558

ของโรงเรียนที่ได้คะแนนเฉลี่ยรวม 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สูงกว่าปีการศึกษา 2557 มากกว่า 5% ในระดับชั้นประถมศึกษา

ปีที่ 6 จำนวน 53 โรงเรียนและระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 13 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 66 โรงเรียน

สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 ประชุมระดมความคิดถอดบทเรียนโครงการบ้านนักวิทย์น้อย ประเทษไทย ปี 2559

850203.jpg

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 ดร.ชูศักดิ์ ชูช่วย ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 มอบหมายให้นายจุติพร ขาวมะลิ รองผู้อำนวยการฯเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการบ้านนักวิทย์ฯ กิจกรรมถอดบทเรียน ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 ผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการฯ จำนวน 12 คน ครูวิทยาศาสตร์ จำนวน 10 คน และครูปฐมวัย จำนวน 60 คน โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการบริหารจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ และเพื่อปลูกฝังให้เด็กปฐมวัยมีจิตวิทยาศาสตร์ ได้เทคนิคและวิธีการในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ดีมีประสิทธิภาพเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทยปีการศึกษา 2559ิ

ภาพ/ข่าว ประยูร มาแสง ปชส.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2

ประชุมเครือข่ายความร่วมมือ ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) นโยบาย “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” ของ สพป.สิงห์บุรี

850248.JPG

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน 2559 นายสุเมธี จันทร์หอม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดการประชุมเครือข่ายความร่วมมือ ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) นโยบาย “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” ของ สพป.สิงห์บุรี สถานศึกษาในสังกัด กศน.จังหวัดสิงห์บุรี และ กศน.อำเภอ ในจังหวัดสิงห์บุรี ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ชั้น 3 ซึ่ง สพป.สิงห์บุรี และสถานศึกษาจำนวน 20 โรงเรียน กับ สำนักงาน กศน.จ.สิงห์บุรี และ กศน.อำเภอทุกแห่ง ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนการดำเนินงานนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เพื่อบูรณาการการจัดกิจกรรมให้สถานศึกษาได้ดำเนินงานตามนโยบาย โดยมีระยะเวลาตามข้อตกลง ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 เพื่อให้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานเป็นไปตามข้อตกลง เพื่อให้สถานศึกษาตามนโยบายในแต่ละเครือข่าย ได้รับการสนับสนุนการฝึกอาชีพพร้อมวิทยากร จาก กศน.จังหวัดสิงห์บุรี และ กศน.อำเภอทุกแห่ง โดยให้เป็นไปตามความต้องการของสถานศึกษา ของแต่ละพื้นที่ มีความพร้อมด้านทรัพยากร วัสดุ อุปกรณ์ในการฝึก และสามารถจัดตารางการเรียนการสอนการฝึกอาชีพได้ ในปีการศึกษา 2559

28 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

กัญชารักษามะเร็ง?

k9kk76abg5fjggfaad9h5.jpg

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องเปลี่ยนนิยามว่า กัญชาเป็นยาเสพติด หรือ ยารักษาโรค ? เพราะมีคุณหมอท่านหนึ่งออกมายืนยันว่า มีผลงานวิจัยในต่างประเทศระบุว่า กัญชาสามารถใช้รักษามะเร็งได้ ทั้งๆ ที่เป็นที่ทราบกันดีว่า กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ใครมีไว้ในครอบครอง หรือ เสพ มีโทษ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติ ครม.ให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด ปี 2522 ตอนหนึ่งมีเรื่องของกัญชา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตกลงว่า กัญชา รักษามะเร็งได้หรือไม่ มีประโยชน์มากกว่าโทษหรือไม่ ?

นพ.สมยศ กิตติมั่นคง ผู้เขียนหนังสือกัญชาคือยารักษามะเร็ง กล่าวว่า มีงานวิจัยชัดเจนในต่างประเทศ บางประเทศมีการวิจัยเรื่องกัญชามานานนับสิบปี นักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอล เป็นผู้ค้นพบสารออกฤทธิ์ในกัญชา นั่นก็คือ THC ซึ่งสารตัวนี้ทำให้เซลล์มะเร็งตายเลย ขณะนี้ในประเทศอิสราเอลก้าวหน้าถึงขั้นใช้กัญชาในการรักษาโรค นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศใช้กัญชารักษาโรคตามมาอีกเป็นระยะๆ ผลการวิจัยระบุเลยว่า เซลล์มะเร็งหายไป หรือมีขนาดเล็กลง เมื่อไม่นานมานี้ ในเว็บไซต์ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพิ่งยอมรับเมื่อปีที่แล้วว่า สารสกัดในกัญชาสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ถึงแม้จะยังอยู่ในหลอดทดลองก็ตาม แต่จริงๆ แล้ว งานวิจัยเดินหน้ามาไกลกว่านั้นแล้ว งานวิจัยมี 3 ขั้นตอน คือ วิจัยในหลอดทดลอง วิจัยในสัตว์ทดลอง และวิจัยในคน การวิจัยในสัตว์ทดลอง ก็คือ นำเซลล์มะเร็งของคนไปฝังไว้กับหนู แล้วก็ให้ยาเข้าไป ถ้าได้ผล ก็เชื่อได้ว่า ใช้ในคนก็จะได้ผลเช่นเดียวกัน ขณะนี้มีการวิจัยในคนแล้ว และมีการนำเสนอแล้วในประเทศสโลวีเนีย แต่ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่มีงานข้อมูลวิจัยออกมาแล้ว ในการจัดงานกัญชาโลก เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง งานวิจัยในขณะนี้ ตอนนี้รอเวลาเผยแพร่ เพราะเพิ่งเริ่มถูกกฎหมาย หลังจากผิดกฎหมายมานาน งานวิจัยเพิ่งเริ่มทำ แต่บางส่วนที่ทำกันเองในบางประเทศแอบทำกันแบบลับๆ มีวิธีการรักษามะเร็งแบบใหม่ จะไม่ใช้วิธีนำคนไข้มาลองยาแต่ละอย่าง แต่จะนำหนูมา 10 ตัว แล้วนำเซลล์มะเร็งไปฝังไว้กับหนูทั้ง 10 ตัว จากนั้นให้ยาแต่ละชนิดกับหนูแต่ละตัว 10 ตัว ยาก็ 10 ชนิด ก็จะสามารถรู้ได้ว่า ยาตัวไหนฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ก็นำยาตัวนั้นมารักษาคนไข้ แต่ค่าใช้แพงมาก เป็นล้านบาท ในประเทศไทย มีการใช้กัญชารักษามะเร็งแบบลับๆ มีมานานแล้วนับสิบปี แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะติดคุกกันหมดทั้งคนรักษา และคนไข้ ทั้งข้าราชการและนักการเมือง โดยมีคนที่รักษาแล้วได้ผลก็บอกต่อๆ กัน แล้วก็มีการทดลองกันมาเรื่อยๆ ขณะนี้มีการสกัดกัญชาออกมาเป็นยาใช้สำหรับรักษามะเร็งได้แล้ว แต่สำหรับในประเทศไทยยังผิดกฎหมาย ในขณะที่บางประเทศถูกกฎหมาย ทั้งในสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ อิสราเอล และประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งล่าสุดก็มีในออสเตรเลีย กัญชาในทางการแพทย์หลายคนเข้าใจว่า ทำเป็นยาสำเร็จออกมา จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะกัญชาทางการแพทย์จะติดปัญหาเรื่องสิทธิบัตรยา ดังนั้น การจำหน่ายจะขายในรูปของสมุนไพร อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา เมื่อไปหาหมอ หมอก็จะให้ใบสั่งยา แล้วก็ไปที่ร้านจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ ก็จะได้ดอกกัญชาแห้ง แล้วคนไข้นำไปปรุงเอง โดยจะใช้วิธีสูบ หรือ สกัด หรือ ผสม กัญชาที่นำมาใช้กับแต่ละคน การตอบสนองไม่เท่ากัน จะต้องเริ่มใช้ทีละน้อย จนถึงระดับที่ใช้ได้ผล ซึ่งส่วนใหญ่ได้ผล มีการวิจัยออกมาแล้ว กัญชาปลอดภัยมาก ปลอดภัยกว่าเหล้า บุหรี่ ขณะนี้แพทย์ในสหรัฐอเมริกาออกมายืนยันแล้วว่า กัญชาไม่ทำให้เสพติด ปัจจุบัน ใช้กัญชาเพื่อรักษาอาการเสพติดจากเฮโรอีน มอร์ฟีน ฝิ่น ซึ่งใช้ได้ผลดี ผลการวิจัยเกือบ 100 ชิ้น ระบุตรงกันว่า กัญชาสามารถรักษามะเร็งได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย มะเร็งที่ร้ายแรงที่ต้องใช้วิธีฉายแสงยังเอาไม่อยู่ แต่กัญชาเอาอยู่ อย่าลืมว่า กัญชามีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์์มีสารออกฤทธิ์จำนวนไม่เท่ากัน งานวิจัยจะบอกได้ว่า กัญชาตัวไหน พันธุ์ไหน เหมาะกับการรักษามะเร็งชนิดไหน การที่จะใช้กัญชารักษามะเร็ง จะต้องใช้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งระยะ 1-3 จะได้ผลดี หากเป็นระยะ 4 ยาชนิดไหนก็ไม่ได้ผล รวมถึงกัญชาด้วย นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า สมุนไพรหลายตัวก็มีผลรักษาได้เช่นกัน ไม่ใช่มีแต่กัญชาชนิดเดียว มะเร็งในมนุษย์มีปัจจัยอื่นๆ มากกว่าในสัตว์ ก็ต้องทำงานวิจัยให้ชัดเจน ไม่ใช่แต่วิจัยกัญชาแต่เพียงอย่างเดียว ถือว่า เป็นการวิจัยเพียงด้านเดียว นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ ทั่วโลกไม่ยอมรับ แต่จะเป็นการยอมรับเฉพาะในกลุ่มของตัวเอง อย่างนี้จะเป็นการสร้างความสับสนได้ กว่าจะได้ยารักษาแต่ละตัวนั้น ผ่านกระบวนการเยอะ หรือการรักษาที่ได้มาตรฐาน นั้น มีการวิจัย มีการศึกษา มีผลยืนยันแล้วว่า นำมาใช้รักษาดีกว่าตัวอื่น

วันพุธที่ 27 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สพป.บึงกาฬ ร่วมประกอบพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี ๒๕๕๙

849199.JPG

วันที่ 25 เมษายน 2559 คณะข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ร่วมพิธีวางพวงมาลา พร้อมกล่าวถวายราชสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2559 ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ จากตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้วันที่ 25 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอนันต์ต่อแผ่นดินสยาม ที่พระองค์ได้กอบกู้อิสรภาพของไทย และทำนุบำรุงบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติจนทำให้มีประเทศไทยตราบจนทุกวันนี้

26 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพม.๒๙ ร่วมพิธีบวงสรวงพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง/ยกยอดฉัตรทองคำพระอุโบสถ วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง (วัดป่าใหญ่) จังหวัดอุบลราชธานี

848224.jpg

@@@ นายนิกร สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมภริยา แต่งกายเป็นพระเวสสันดร เพื่อทำพิธีบวงสรวงพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง เทวดา และพระภูมิเจ้าที่ ในโอกาสวันครบรอบ ๒๐๙ ปี พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ตักบาตรดอกไม้ รำถวายชุดใหญ่ จำนวน ๙๙๙ คน และประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำพระอุโบสถ วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง และได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ พระครูสารกิจโกศล เจ้าอาวาส ประธานฝ่ายบรรชิต โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมประกอบพิธี ได้แก่ ดร.วิชัย แสงศรี ศธจ.อุบลราชธานี นายอดุลย์ศักดิ์ บุญเอนก รองศธจ.อำนาจเจริญฯลฯ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมรำถวายเจริญบุญ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๙ @@@ ขอขอบคุณท่าน ผอ.กิตติณรงค์ มาสงค์ และคณะครู นักเรียน โรงเรียนหนองบ่อสามัคคีวิทยา ที่เป็นตัวแทนของ สพม.๒๙ นำนักเรียน กว่า ๖๐ คน มารำบวงสรวง ถวายพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ณ วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง (วัดป่าใหญ่) ซึ่งอยู่ให้ห้วงเวลาที่เด็กปิดภาคเรียน ขอบุญกุศลนำพาพวกท่านทั้งหลาย ได้ประสบแต่สิ่งดีดี …ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง..และขอขอบคุณ โรงเรียนลือคำหาญวารินชำราบ โรงเรียนนารีนุกูล และโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ที่ให้ความอนุเคราะห์รถรับส่งนางรำจนเสร็จสิ้นพิธีการ โดยสวัสดิภาพ @@@ บุษบง พุฒพรหม นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ/ภาพ-ข่าว @@@ ดูภาพกิจกรรมได้ที่นี่ @@@ https://www.facebook.com/profile.php?id=100000529235435&sk=photos&collec…

22 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ศธ.ทวงคืบหน้าคดีฟ้องอดีตสกสค.

“ดาว์พงษ์” ให้ สกสค.ทำหนังสือถึง สน.ดุสิต ถามคืบหน้าคดีฟ้อง อดีตเลขาฯ-อดีตผู้บริหาร ห่วงเรื่องเงียบ รับทราบส่งเรื่องถึงอัยการสูงสุดทำเรื่องฟ้องแพ่ง “ธนชาต” แล้ว

Read more…